บทความ

มองโลกมุมกลับเพื่อพบทางธรรม

รูปภาพ
ทางโลกกับทางธรรมมักสวนทางกัน คนที่ได้ดีทางโลกทางธรรมมักจะตกต่ำ คนที่ได้ดีทางธรรมก็เหมือนว่าจะดูตกต่ำทางโลก ดังนั้น การมองโลกในมุมกลับ มุมที่แตกต่างบ้าง ก็จะช่วยทำให้เราเห็นโลกในแบบต่างจากเดิม หลุดจากกรอบความคิด ความเชื่อเดิมๆ นำไปสู่ทางหลุดพ้นได้ ดังจะอธิบายในบทความต่อไปนี้ ๑ ยิ่งได้จากทางโลกน้อยยิ่งดี คนที่ได้จากทางโลกมากยิ่งมีหนี้ทางโลกมาก คนที่ได้ทางโลกน้อยก็จะมีหนี้ทางโลกน้อย เพราะโลกนี้ไม่ใช่บ้านที่แท้จริงของเรา เราไม่ได้มาเพื่อครอบครองอะไรในโลกนี้ เราแค่หยิบยืมใช้ชั่วคราว ทว่า หลายคนหลงอยู่กับสิ่งต่างๆ ในโลก และถูก “ซาตานครอบงำ” ซาตานครอบงำให้หลงกับการได้, การมี, การเป็นอะไรในโลกนี้ ใครเคารพนอบน้อมต่อซาตานก็จะได้รับมาก ใครหยิ่งในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ยอมก้มจำนนต่อซาตานก็จะไม่ได้รับอะไรจากโลก ทว่า หลายคนไม่ทราบเบื้องหลังของโลกนี้ พวกเขาถูกหลอกให้แข่งขันกัน เพื่อให้ได้, ให้มี, ให้เป็นอะไรมากมายในโลก พวกเขายิ่งห่างไกลจากทางธรรมไปเรื่อยๆ และหลงคิดว่าตนดี ๒ ยิ่งให้ทางโลกมากยิ่งชำระได้มาก โลกนี้ไม่ใช่บ้านที่แท้จริงของเรา เรามาโลกเหมือนนักท่องเที่ยวแล้วเราจะต้อง ...

ดำรงอยู่แบบชาวศรีวิไล (มิติที่ห้า)

รูปภาพ
การดำรงชีวิตของชาวโลกทั่วไปในปัจจุบันเป็นการดำรงชีวิตอยู่แบบมิติที่สาม ทว่า เมื่อมนุษย์เลื่อนระดับไปสู่มิติที่สี่และห้า การดำรงชีวิตก็จะเปลี่ยนไปจากเดิม ดีกว่าเดิม หลายท่านอาจไม่ทราบและจินตนาการไม่ออก บทความฉบับนี้ขอเรียบเรียงจากประสบการณ์มาให้ท่านทั้งหลายได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังต่อไปนี้ครับ ๑ คุณภาพชีวิตระดับมิติที่ห้า ชาวมิติที่ห้าจะมีคุณภาพชีวิตสูง ขึ้น กว่ามิติที่สามและสี่ โดยมิได้วัดจากวัตถุหรือเงิน ดังต่อไปนี้ ๑ ชาวมิติที่ห้าจะมีอิสระเสรีเต็มที่ มีเจตจำนงเสรีที่จะทำงานได้อย่างอิสระไม่มีเงื่อนไขในการจ้างงาน ๒ ชาวมิติที่ห้าจะได้รับการดูแลจากจักรวาลหรือพระเจ้า โดยท่านจะส่งผู้บำเพ็ญมาดูแล เช่น ผู้อุปถัมภ์, อุปัฐาก ๓ ชาวมิติที่ห้าจะมีหน้าที่ของตนเองที่ไม่ได้เกิดจากอาชีพและการจ้างงานแต่จะทำด้วยจิตอาสา ๔ ชาวมิติที่ห้าจะได้รับพลังพิเศษบางอย่างทำให้มีความสามารถบางประการมากกว่าเดิม ๕ ชาวมิติที่ห้าจะมีสังคมที่มีระดับ แต่มีคนเข้า ถึง ได้น้อยลงเพราะอยู่ระดับสูง อยู่ยอดพีรามิด ซึ่ง ชาวมิติที่ห้าจะไม่ถือครองวัตถุแต่อยู่ได้ในโลกครับ น ๒ ธรรมนูญระดับสากลจักรวาล ในระดับมิติที่ส...

ไม่ยึดมั่นแต่ “พอดี” ?

รูปภาพ
“ความไม่ยึดมั่นมากเกินไปคือความสุดโต่ง คือ ยึดมั่นความไม่ยึดมั่น” หลายคนไปตั้งไปต้อง คือ ตั้งเจตนาว่าจะต้องไม่ยึดมั่นเกินไปจนกลายเป็น “ยึดมั่นความไม่ยึดมั่น” นี่ยังไม่ถูกต้องนะครับ ในบทความนี้จะขออธิบายขยายความเรื่อง “อตัมมยตา” คือ ภาวะที่ไม่เอาอะไรกับอะไรแล้ว ไม่ยึดมั่นแต่ “พอดี” ดังต่อไปนี้ ๑ ติดในรูปแบบ “ความไม่ยึดมั่น” “เฉกเช่นจอมยุทธ์ที่ติดอยู่ในกระบวนท่า” ในที่นี้คือ “กระบวนท่าความไม่ยึดมั่น” อยู่ท่าเดียว เอะอะอะไรก็ ความไม่ยึดมั่นไว้ก่อนจน “มีรูปแบบตายตัว” นี่จัดเป็นการ “ติดในรูป” อย่าง หนึ่ง นะครับ คือ ติดในรูปแบบของความไม่ยึดมั่น นั่นเอง คนที่เป็นแบบนี้มักจะ “ขี้เกียจพิจารณา” ขี้เกียจเจริญสติ เจริญปัญญา กล่าวคือ กูไม่คิด ไม่ใช้ปัญญาห่าอะไรละ เอะอะอะไรก็เอารูปแบบเดิมๆ ไปก่อน เถียงกะใคร พูดกะใครก็อ้างหลักนี้ไว้ก่อนแบบไม่ลืมหูลืมตา แบบไม่ดูว่า “เหมาะสมกับกาลเทศะ” หรือไม่? ไม่มีสติอยู่กับธรรมปัจจุบัน ไม่รู้ว่า ณ ปัจจุบันนี้ อะไรยังไม่ควรปล่อยวาง ติดชินกับการปล่อยวางเสียเสียจนไม่ดูตาม้าตาเรือเพราะ “มืดบอด” ๒ สุดโต่งใน “ความไม่ยึดมั่น” คนกลุ่มนี้มี “มานะทิฐิ” ควา...

จิตอย่างไรชินกับการไปสวรรค์?

รูปภาพ
“ตายแล้วไม่สูญ” เป็นคำที่หลวงพ่อฤษีลิงดำเตือนสติบ่อยๆ นิพพานไม่เกี่ยวกับการเกิดหรือไม่เกิด คนละเรื่องกัน หลายคนมักคิดไปเองว่านิพพานเป็นของง่ายๆ ตายแล้วว่างเปล่าไป นั่นคือแนวคิดในลัทธินิรัตตาครับ พุทธไม่สอนแบบนั้น พุทธสอนว่า “อย่าประมาท” ในบทความนี้จะขออธิบายขยายความ ดังต่อไปนี้ ๑ ชินกับคนน้อยมากกว่าคนมาก “คนน้อยไปสวรรค์ คนมากไปนรก” สวรรค์ชั้นสูงๆ ยิ่งวิเวก เช่น พรหมโลก วิเวกและเป็นส่วนตัวมาก วิมานใครวิมานมันอยู่ห่างไกลกัน ไม่มารบกวนกันนอกจากจะมีกิจก็มาเจอกันได้ คนรวยมักชอบวีไอพี คือ จองที่คนน้อยๆ หรือเหมาร้านทั้งร้านกินโต๊ะเดียวเป็นต้น จิตที่ชินกับคนน้อยมักไปสวรรค์ จิตที่ชินกับคนมาก มักไปนรก เช่น ชอบเที่ยวสงกรานต์, ชอบไปที่คนเยอะ, ชอบคอนเสิร์ต, ชอบให้คนแห่มารุมล้อมหรือกราบไหว้ คนเราเกิดมาตัวเดียว ก็ตายไปตัวเดียว เราต้องไม่หลงกับการถูกรักหรือถูกห้อมล้อม อย่าไปสนใจให้คนมานิยม มาไลค์เยอะๆ หรือมาเลือกเราเป็นอะไรมากมาย เพราะคนที่รักเราจริงๆ มันไม่ได้มีเยอะแบบนั้นหรอก ๒ ชอบความวิเวกไม่กลัวเดียวดาย “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” สวรรค์อยู่สูง จะต้องชินกับความวิเวก ความวิเวกไม่ได้หมายคว...