บทความ

คนเราทำกรรมได้แต่อย่าทำบาป

รูปภาพ
หลายท่านเข้าใจเรื่องกรรมมาพอควรแล้ว แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง “ความบาป” ทั้งยังคิดว่ามันเหมือนกันก็มี ไม่ใช่นะครับ บาปกับกรรม คล้ายๆ กันก็จริงแต่ไม่เหมือนกัน หากไม่เข้าใจตรงนี้เราจะสุดโต่งเกินไปครับ บางคนสุดโต่งชนิดไม่ยอมทำกรรมเลย ไม่ยอมกินอาหารปกติเลยก็มี ในบทความนี้จะขออธิบาย ดังต่อไปนี้ ๑ เ ป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีกรรมเลย เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คนเราเกิดมาในโลกนี้แล้วจะไม่มีกรรมเลย ใครบ้างที่ไม่เคยเปื้อนฝุ่น ไม่แปดเปื้อนอะไรเลย? ไม่มีหรอก อย่าเว่อร์ อย่าบ้าตำรา อย่ายึดติดโลกอุดมคติเกินไป สุดท้าย จะสุดโต่งเกินพอดีชนิดที่จะไม่ยอมทำกรรมอะไรเลย ถ้าคุณยอมรับความจริงได้ อยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงได้ คุณจะไม่สุดโต่ง แต่จะมีความ “พอดี” ในการทำกรรม คือ ทำกรรมไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ในฐานะของมนุษย์จะทำได้ครับ เช่น ถ้าเราจะกำจัดวัชพืช มนุษย์เราก็ใช้สองมือถอนหญ้าได้ แบบนี้ทำกรรมได้ พอดี แต่ถ้าเราฉีดพ่นยาฆ่าหญ้า มันเกินพอดีละ เพราะยาพิษชนิดนี้มันจะส่งผลกระทบเกิดกรรมตามมาอีกมากมาย นั่นเองครับ ๒ เ ป็นไปได้ที่เราจะไม่ทำบาปเลย? แม้จะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่ทำกรรมเลย แต่เป็นไปได้ที...

ความหลงโลกทั้งห้า

รูปภาพ
ความหลุดพ้นไม่ใช่ของง่าย อย่าประมาทในธรรม จริงอยู่สำหรับพระอรหันต์อาจง่าย แต่ไม่ได้แปลว่าจะง่ายสำหรับทุกคนไปด้วย อย่าคิดว่าพระอรหันต์เทศน์เรื่องนิพพานดูง่าย เราไปฟังมามันง่าย แล้วเราจะมาคิดว่าเราเองก็จะได้แบบนั้นง่ายๆ ด้วย มันไม่ใช่ ในบทความนี้จะขออธิบายเรื่องความหลงในโลกทั้งห้า ดังต่อไปนี้ ๑ โลกแห่ง ปุถุชน ปุถุชนทั้งหมดติดข้องอยู่ในโลกแห่งปุถุชน โลกแห่งปุถุชนนั้นถูกสร้าง ขึ้น โดยผู้ปกครองๆ ก็เหมือนคนเลี้ยงสัตว์ ปุถุชนทั้งหลายก็ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงในกรง กรงก็คือระบอบการปกครองแบบต่างๆ นั่นเอง ภายในโลกนี้ เราจะถูกสอน, ถูกชี้นำให้คิดว่าอะไรดี อะไรชั่ว เช่น เราต้องมีอาชีพ, ต้องหาเงิน, ต้องทำงาน ฯลฯ แต่เรากลับไม่เคยคิดได้เอง ทำได้เองจริงๆ แม้แต่การทำงานก็ยังมี “เจ้านาย” ไม่ก็ “ลูกค้า” มาคอยสั่งใช้เสมอ ใช่ไหมครับ? โลกของปุถุชนนี้จึ ง เป็นกรงขังแรกที่เราทุกคนต้องพบเจอ ปุถุชนจะไม่คิดอะไรเกินไปกว่าการกิน, ขี้, ปี้, นอน ฯลฯ เราต้องเรียนๆ จบก็ทำงานๆ มีเงินก็มีลูกเมีย แล้วก็เลี้ยงดูลูกเมียไป มีเท่านี้ละปุถุชน ๒ โล กแห่งความฝัน มีคนจำนวนน้อยที่จะหลุดจากโลกปุถุชนออกมาได้ เมื่อหล...

ธรรมแห่งพระจักรพรรดิ

รูปภาพ
ในสัปปุริสธรรม ๗ นั้น ได้แก่ รู้จักเหตุ, รู้จักผล, รู้จักตน, รู้จักประมาณ, รู้จักกาล, รู้จักบริษัท, รู้จักบุคคล ท่านได้กล่าวว่าแม้แต่พระจักรพรรดิก็มีธรรมตัวนี้อยู่ ๕ ประการ คือ รู้จักเหตุ, รู้จักผล, รู้จักประมาณ, รู้จักกาล, รู้จักบริษัท นั้นเป็นธรรมสำหรับสัตบุรุษที่น่าสนใจมาก ในบทความนี้จะขอนำมาอธิบายดังต่อไปนี้ ๑ รู้จักเหตุ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิด ขึ้น นั้นล้วนมีสาเหตุเป็นธรรมดา มิได้เกิด ขึ้น โดยลอยๆ หรือโดยบังเอิญ การรู้จักเหตุนั้นทำให้เราทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงของสิ่งๆ หนึ่ง เกิด ขึ้น จากอะไร? ซึ่ง ท่านสอนให้เรารู้จักพิจารณา “เหตุแห่งทุกข์” ที่เรียกว่า “สมุทัย” เป็นสำคัญ เพราะหากเรารู้เหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริงได้ว่ามาจากใจเราเอง เราก็จะไม่โทษผู้อื่น สิ่งอื่น และสามารถจัดการที่ “ใจ” ของเรา การปฏิบัติธรรมโดยเน้นที่ใจก็จะเริ่มต้น ขึ้น ได้ เราก็จะไม่เสียเวลาไปแก้ไขสิ่งอื่น สิ่งใดภายนอก เราจะมุ่งแก้ที่ใจของเราเองเป็นสำคัญ นอกจากนี้ เรายังจะเข้าใจหลักอิทัปปัจจัยตาที่กล่าว ถึง เหตุและผลของสิ่งต่างๆ ที่ร้อยเรียงกัน โดยความไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตนของตน ๒ รู้จักผล พุทธศาสนาสอน...

ระบบการต้อนสัตว์ของพระศากยมุนี

รูปภาพ
พระพุทธเจ้าทั้งหลายจะประทับอยู่ ณ พุทธเกษตร จากนั้นท่านจะวางแนวทางในการโปรดสัตว์ในโลกนี้ยาวเป็นกัปๆ ครับ เพื่อสร้างสิ่งต่างๆ แม้แต่ระบบสามภพของโลกนี้ ท่านก็จะต้องสร้างด้วย ทั้งหมดก็เพื่อต้อนให้สัตว์ทั้งหลายเข้าสู่ทางที่ควรจะไป ในบทความนี้จะอธิบายเรื่องระบบที่พระศากยมุนีใช้ต้อนสัตว์ ดังต่อไปนี้ ๑ หลอกดักพวกที่คิดว่าตนฉลาด พระศากยมุนีพุทธเจ้าเลือกโปรดคนฉลาดไปก่อน คนโง่จะเหลือไว้ให้พระศรีอาร์ อันนี้หลายท่านเข้าใจดีนะ ถามว่าท่านจะทำยังไง? ท่านไม่ได้เดินมาทดสอบความฉลาดแล้วเลือกไปหรอกครับ แต่ท่านออกแบบระบบที่ทำให้คนฉลาดเลือกเดินลงไปเอง กล่าวคือ ระบบในโลกยุคนี้ คนฉลาดจะเอาเปรียบคนโง่ คนฉลาดจะทำกรรมเนียนๆ แล้วบอกว่าตนไม่ได้ทำกรรมอะไร ทว่า นั่นแหละที่ทำให้เขาต้องเดินลงนรกไปเอง เพราะความฉลาดและคิดว่าแนบเนียนพอที่จะทำให้คนไม่เห็นว่าตนเลวได้ นั่นเอง คนฉลาดจะเลือกทางนี้ คนโง่จะไม่ได้ทางนี้ เพราะโง่และคิดแบบคนฉลาดไม่ได้ เมื่อนั้น คนฉลาดก็จะตกหลุมพรางเดินเข้าสู่ระบบที่วางไว้นั้นเอง ๒ ต้อนสัตว์ให้เดินลงนรกไปเอง คนฉลาดจะคิดว่าตนรู้แล้วใครอยากมาสอน สุดท้าย จะกลายเป็นคนที่สอนไม่ได้ พร...