บทความ

ระดับชั้นของการดำรงอยู่ (Hierarchy of life)

รูปภาพ
ในบทความก่อนได้กล่าว ถึง เรื่อง “ระดับชั้นของจิต” มาบ้างแล้ว ในบทความนี้ จะอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องระดับชั้นของการดำรงอยู่ เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าคนเราทุกคนเท่ากัน แล้วคิดว่าเราจะต้องไปประท้วงเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมกัน ให้เรามีรายได้เท่ากัน ซึ่ง ไม่ถูกต้อง ในบทความนี้จะขออธิบาย ดังต่อไปนี้ ๑ การดำรงอยู่แบบต่ำกว่ามนุษย์ คนเราอาจมีการดำรงอยู่ที่ต่ำกว่ามนุษย์ได้ หากจิตวิญญาณของเราเสื่อมลงหรือมีวิบากกรรมหนักทำให้เราต้องได้รับผลกรรมนั้น เช่น ทำให้ต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียง, การเป็นคนอนาถายากไร้ ฯลฯ อย่างแรกเราต้องรู้ก่อนครับว่าพระเจ้าไม่ได้สร้างมนุษย์ให้มาดำรงอยู่เช่นนั้น แต่ที่มนุษย์ต้องดำรงอยู่เช่นนั้น มีชีวิตที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานนั้นเพราะเหตุอื่นๆ เช่น เพราะบาปกรรมของมนุษย์เอง, เพราะความเสื่อมของจิตวิญญาณ ฯลฯ เมื่อใดที่เรามีจิตวิญญาณข้างในเป็นเปรต เราต้องอยู่อย่างเปรตไม่ใช่มนุษย์ เมื่อใดที่เรามีจิตวิญญาณเป็นสัตว์นรก เราต้องอยู่อย่างสัตว์นรกไม่ใช่มนุษย์ การดำรงชีพที่ต่ำกว่ามนุษย์นี้ มีให้เห็นทั่วไปในปัจจุบัน   ๒ การดำรงอยู่แบบมนุษย์ทาส จักรวาลออกแบบให้จิตระดับชั้น...

ระดับชั้นของจิตวิญญาณ (Hierarchy of soul)

รูปภาพ
ในบทความก่อนได้กล่าว ถึง เรื่อง “การใช้พลังจักรวาล” มาแล้ว ในบทความนี้จะอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องระดับชั้นของจิตวิญญาณ เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าคนเราทุกคนเท่ากัน แล้วคิดว่าจิตเราเท่ากันและเท่ากับพระเจ้า เลยไม่ต้องยกระดับจิตกันอีกต่อไป ซึ่ง ไม่จริงครับ ในบทความนี้จะขออธิบาย ดังต่อไปนี้ ๑ จิตต่ำกว่ามนุษย์ คนเราอาจมีจิตวิญญาณที่เสื่อมลงจนต่ำกว่ามนุษย์ได้ หลายคนสามารถสูญเสียจิตวิญญาณมนุษย์ไปได้ เมื่อสูญเสียไปแล้วก็จะกลายเป็น “ร่างเปล่า” เหมือนหุ่นยนต์จากนั้นจะมี “จิตวิญญาณระดับต่ำกว่ามนุษย์” เข้ามาอยู่อาศัยได้ จิตวิญญาณที่ต่ำกว่ามนุษย์มีหลายแบบ เช่น ปีศาจ, อสูร, เปรต, กอปลิน, แวมไพรม์ ฯลฯ ส่งผลให้คนๆ นั้นไม่เหลือความเป็นมนุษย์ มีความคิด, จิตใจ และพฤติกรรมที่ต่างจากมนุษย์ ทว่า จะดูออกได้ยาก เพราะพวกเขาจะพยายามปกปิดไม่ให้ใครรู้ เช่น ผู้เขียนเคยเป็นร่างของแวมไพรม์ เป็นองค์ชายของเผ่าแวมไพรม์ ทุกคืนจะนอนไม่หลับต้องออกไปเที่ยว ไม่ต้องจ่ายเงิน แถมชอบใครจ้องตาแล้วก็ได้เลย ๒ จิตระดับมนุษย์ มนุษย์จะไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์อะไรทั้งนั้น เหมือนสัตว์ชนิดเดียวกัน เมื่อเราเ ป็นมนุษย์เหมือนกัน ...

จะใช้พลังจักรวาลได้อย่างไร?

รูปภาพ
ในบทความก่อนได้กล่าว ถึง เรื่อง “พลังจักรวาล” ที่ใช้เพื่อความร่ำรวยกันมาแล้ว ในบทความนี้จะอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องการใช้พลังจักรวาลว่าเราจะนำพลังจักรวาลมาใช้ได้อย่างไร? เราจะไม่ต้องใช้แต่พลังของตัวเองแล้วต้องขัดแย้งกับจักรวาล เหมือนเอาไม้ซีกมางัดไม้ซุงอีกต่อไป เมื่อเราใช้พลังจักรวาล ดังต่อไปนี้ ๑ ความเป็น หนึ่ง เดียวกับจักรวาล ในบทความก่อนได้กล่าว ถึง ความเป็น หนึ่ง เดียวกับจักรวาลมาบ้างแล้วแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าทำอย่างไร หลักการง่ายๆ คือ เราและจักรวาลเป็น หนึ่ง เดียวกันอยู่แล้ว เพียงเราไม่ “แปลกแยกตัวเองออกมา” ก็เท่านั้น หลายคน “จิตใจอ่อนแอ” พวกเขาค่อยๆ สร้างกำแพง ขึ้น มาปกป้องตัวเอง นานวันเข้าพวกเขาเริ่มแปลกแยก ตัวเองออกจากสรรพสิ่งรอบตัวโดยที่พวกเขาก็ยังอยู่ร่วมกับคนทุกๆ คน คล้ายๆ พระปัจเจกโพธิยานไงครับ คำว่าปัจเจกโพธิยานนี่ไม่เหมือนปัจเจกชนนะ คำว่า ปัจเจกชนหมาย ถึง คนในฐานะคนแบบเดี่ยวๆ คนเดียว แต่คำว่าปัจเจกโพธิยานนี้ หมาย ถึง คนที่ชอบทำตัวแปลกแยกไม่เอาไหนอะไร ไม่รับผิดชอบใครใดๆ อีกแล้ว   ๒ การเ ปิดกว้างเปิดจักระรับพลัง เมื่อเราทลายกำแพงใจของเราได้แล้ว ขั้นต...

ร่ำรวยด้วยกฎของแรงดึงดูด

รูปภาพ
เขียนบทความพุทธมามากแล้ว ในบทความนี้จะอธิบายธรรมะในมุมมองที่แตกต่างดูนะครับ กล่าวคือ ในมุมมองของปรัชญาแนวใหม่ในเรื่อง “ความร่ำรวย” ที่นิยมใช้กันในนาม กฎของแรงดึ ง ดูดครับ หลายท่านอาจเคยปฏิบัติกันมาแล้วแต่หลายคนอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร ในบทความนี้จะขอนำมาอธิบาย ดังต่อไปนี้ ๑ ความเป็น หนึ่ง เดียวกับจักรวาล หลายท่านที่ ฝึก พลังเชิงบวกและกฎของแรงดึ ง ดูดแล้วไม่ได้ผลเพราะอะไร? ข้อแรกเลย สำคัญมากครับ คือ คุณไม่ได้เป็น หนึ่ง เดียวกับจักรวาลแต่คุณกำลัง “แปลกแยกตัวเองออกจากสิ่งแวดล้อม” ด้วยการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง ตัดขาดกับธรรมชาติอันแท้จริง แล้ว “เอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่” เมื่อคุณทำเช่นนี้ พลังจักรวาลก็เชื่อมต่อกับคุณไม่ได้อีกแล้ว แล้วคุณจะเอาพลังที่ไหนไปทำให้ความปรารถนาของคุณสำเร็จละ? ในเมื่อคุณไม่ได้เป็น หนึ่ง เดียวกับจักรวาล ไม่ได้เคลื่อนคล้อยอย่างกลมกลืนกับพลังจักรวาล แต่คุณเอาตัวเองเป็นใหญ่ เป็นที่ตั้ง เอาความคิดไร้สาระของคุณมาเป็นพลัง เหมือนแสงหิ่งห้อยอันน้อยนิด ๒ การอยู่บนพื้นฐานความจริง หากคุณไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริงแต่ “หลงอยู่ในโลกของความคิด” อ่านให...