มนุษย์เหนือกว่าเทพเทวดาอย่างไร?
“มนุษย์มีบางอย่างเหนือกว่าเทพ” แต่หลายคนไม่ทราบ
แย่กว่านั้นหลายคนยอมขาย “ความเป็นมนุษย์” ไปเพื่อแลกกับเศษเงินเท่านั้นเอง
เมื่อเราได้รู้ความจริงว่าความเป็นมนุษย์มีค่าแค่ไหน ก็มักจะสายไปเสียแล้ว เราไม่อาจกลับมาเป็นมนุษย์ได้อีกแล้ว
ในบทความนี้จะขออธิบายเรื่องมนุษย์เหนือกว่าเทพอย่างไร? ดังนี้
๑ เทพต้องทำตามบัญชาสวรรค์
เทพไม่มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจนะครับ
เทพทุกองค์ต้องทำตาม “บัญชาสวรรค์” ไม่ใช่อยากช่วยญาติที่อยู่ทางโลกก็จะช่วยได้ตามใจ
คนเราเมื่อได้ไปสวรรค์ “มักไปคนเดียว” ไม่มีญาติไปด้วย กามนิตวิสิฏฐี รักกันแค่ไหน
แม้จะได้สวรรค์เหมือนกันยังไม่ได้อยู่สวรรค์ชั้นเดียวกันเลย ทางเตียนลงนรก
ทางรกขื้นสวรรค์ คนที่จะได้สวรรค์ต้องไปโดดเดี่ยวครับ ต้องหัดผ่านด่านความโดดเดี่ยวให้ได้
เมื่อได้แล้ว เขาจะให้เราดื่มชาลืมชาติ ลืมทุกอย่าง
จะได้ไม่วุ่นวายกับญาติพี่น้องบนโลกอีก ญาติเรามักตกนรกไม่ก็เป็นผีเร่ร่อน
เยอะครับ คนที่รอดได้แต่ละตระกูลมีน้อยมาก ดังนั้น
พระสมณโคดมเลยบอกวิธีช่วยพวกเขาด้วยการอุทิศผลบุญครับ
๒ มนุษย์มีเจตจำนงเสรี
มนุษย์จำนวนมากถูกหลอกให้ขายความเป็นมนุษย์
ขายอิสรภาพ และขายเจตจำนงเสรี เพื่อแลกเอาเงินแค่ไม่กี่ล้าน
ซาตานนั้นยอมจ่ายแน่นอนเพื่อเจตจำนงเสรีนั้นเป็นพันล้านเขาก็ซื้อครับ
ถ้ามันมีค่ามากพอ แต่ละคนมีอำนาจในการทำไม่เท่ากัน มนุษย์บางคนมีอาณาเขตของเจตจำนงเสรีกว้างมากทำได้ทั้งโลกแต่มนุษย์บางคนมาอาณาเขตของเจตจำนงเสรีแคบมาก
ทำได้แค่ให้คนในครอบครัวก็มี
มนุษย์มัวลุ่มหลงอาณาเขตที่เป็นแผ่นดินทั้งที่ตายไปก็เอาไปไม่ได้ แต่พวกเขาลืม
“ขยายอาณาจักรแห่งเจตจำนงเสรี” ทำให้พวกเขาไม่อาจทำอะไรได้กว้าง ซาตานจะตีค่ามนุษย์จากอาณาเขตแห่งเจตจำนงเสรีนี้ครับ
เพราะซาตานไม่มีสิ่งนี้ครับ
๓ อาณาเขตแห่งเจตจำนงเสรี
มนุษย์ที่เป็นดั่งพระจักรพรรดิ
มิใช่มนุษย์ที่ได้ครอบครองแผ่นดินในโลก บอกแล้วไงครับว่าแผ่นดินนั้น
เราตายก็เอาไปไม่ได้ ทุกตารางนิ้ว เมื่อเราตายลง เราจะเห็น “เจ้าที่”
ครอบครองอยู่เต็มไปหมด เราจะไปเอาตรงไหนก็ไม่ได้เลย
ผีเจ้าที่จะไล่เรายิ่งกว่าหมูกว่าหมา จนเราไม่มีที่จะยืนเลยทีเดียว
ตอนเป็นคนก็ไม่เป็นขนาดนี้ แต่พอตายลง
ไม่เหลือความเป็นมนุษย์แล้วก็ต้องเร่ร่อนเป็นสัมภเวสีไปครับ นี่ มันไม่ใช่เล่นๆ
และความรู้ท่วมหัวก็เอาตัวไม่รอด ช่วยอะไรไม่ได้ครับ
มนุษย์ที่เป็นพระจักรพรรดิที่แท้จริงจะขยายอาณาจักรแห่งเจตจำนงเสรีของตน
สามารถที่จะทำอะไรก็ได้ในขอบเขตที่กว้างมากทั้งโลก นี่คือ พลังอำนาจที่แท้จริง
๔ เทพมีแต่ขอบเขตอันจำกัด
เมื่อเราตายแล้ว
ทุกที่ในโลกนั้นล้วนมิใช่ของเรา เฉพาะที่เรามีบุญได้ครองเท่านั้นที่เราจะทำอะไรก็ได้โดยไม่ผิดต่อใคร
แต่นอกขอบเขตที่อยู่ของเราแล้ว ล้วนมีผู้ครอบครองเต็มไปหมด
และเราจะก้าวล่วงไปไม่ได้เลย
เทพทั้งหลายจะก้าวล่วงเข้าไปในอาณาเขตของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้เลย
ในขณะที่มนุษย์มีอิสระกว่ามาก จะไปเที่ยวไหนก็ได้ทั้งนั้น มนุษย์มีบุญไปได้ทั่วหมด
มนุษย์มีอิสระทำอะไรได้มากมาย แต่เทพต้องอยู่ในขอบเขตของกฎสวรรค์
และมีกฎอยู่มากมายนักครับ เมื่อคุณได้เป็นเทพแล้ว คุณจะเสียดาย บอกได้เลยว่า
“เสียดายที่เวลาเป็นมนุษย์ ทำไมไม่ทำอย่างนั้น อย่างนี้นะ ...” ทว่า เมื่อคิดได้มันก็สายไปแล้วครับ
๕ เจ้าสวรรค์ไม่อาจบงการมนุษย์
คำว่า
“พรหมลิขิต” คือ การเอากรรมของมนุษย์มาจัดสรรให้รับในแต่ละชาติเป็นแบบคร่าวๆ
เท่านั้นเอง แต่ท่านไม่อาจมาจับมือเราให้ทำหรือไม่ทำอะไรได้ครับ การทำกรรมใดๆ นั้น
“มนุษย์ล้วนทำเองทั้งสิ้น” เฉพาะผลกรรมที่เราต้องรับแค่นั้นที่ท่านจัดสรรให้เรา มนุษย์มีเสรีภาพมากที่สุด
เมื่อเทียบกับสัตว์นรกและเทพบนสวรรค์ ในสามภพนี้ไม่มีใครมีอิสระเท่ามนุษย์อีกแล้ว
แต่มนุษย์ก็ยอมขายเสรีภาพของตนได้ง่ายๆ เพื่อเงิน
เมื่อขายแล้วพวกเขาก็ไม่มีอิสระที่จะทำหรือไม่ทำอะไรอีก พวกเขาต้องทำตาม “คำสั่ง”
ของ “เจ้านาย” แค่นั้น เจตจำนงเสรีนั้นมีค่า
ไม่มีใครในสามภพนี้ที่จะได้รับมันนอกจากมนุษย์ ทว่า มนุษย์กลับขายมันโดยง่าย
การขยายอาณาจักรแห่งเจตจำนงเสรีก็คือหัวใจจักรพรรดิครับ!

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น