การจุติลงในดอกบัว
“การเกิดจากดอกบัว”
นั้นมีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกว่าพระอุบลวรรณาเถรีเกิดจากดอกบัว
ถามว่าเกิดได้อย่างไร? เรื่องราวการเกิดในดอกบัวนั้นมีพบอยู่หลายภพภูมิ
ในบทความนี้ผู้เขียนจะขออธิบายตามที่ได้ปฏิบัติมาด้วยตนเองอาจจะต่างจากตำราต่างๆ
ไม่มีในตำราใดๆ หากผิดพลาดต้องขออภัย ดังต่อไปนี้ครับ
๑ เหตุที่จุติลงในดอกบัว
การปฏิสนธิจิตนั้นมีสองแบบใหญ่ๆ
คือ การปฏิสนธิใกล้ขันธ์ห้าเก่า เช่น เมื่อคนตายลง จิตวิญญาณจะเกิดใหม่ใกล้ๆ
ร่างเก่า เพราะยังมีความอาลัยในขันธ์ห้าเก่า แบบที่สองก็คือ การปฏิสนธิโดยไม่อาลัยในขันธ์ห้า
แบบนี้ส่งผลให้เกิดใหม่โดยหลุดพ้นจากขันธ์เดิมและเกิดในดอกบัวหรือสิ่งอื่นๆ ได้
เช่น นาจาเกิดครั้งแรกในไข่มุกสวรรค์ เกิดครั้งที่สองในดอกบัว,
ซุนหง๋อคงเกิดครั้งแรกในหิน, เยี่ยหัวเกิดในดอกบัวทอง ฯลฯ
เหล่านี้ก็ล้วนเกิดในสิ่งอื่นๆ ทั้งสิ้น การจุติลงในดอกบัวก็เป็นอีกสิ่งที่เกิดได้ครับ
โดยเฉพาะในมิติทิพย์ เมื่อใดที่ผู้นั้นได้สละความอาลัยในขันธ์ทั้งห้าได้แล้ว
เขาก็จะจุติลงในสิ่งอื่นๆ ไม่ใช่ครรภ์มารดา และไม่ใกล้กับขันธ์เดิม
๒ จุติในดอกบัวแตกต่างอย่างไร?
ดังที่กล่าวแล้วว่าการปฏิสนธิใหม่ในภพภูมิใหม่นั้นมีสองแบบใหญ่ๆ
สำหรับผู้ที่หมดความอาลัยในขันธ์ห้าเดิมจะเกิดในดอกบัวได้
เหมือนการเกิดในพุทธเกษตรจะเกิดจากดอกบัวทั้งสิ้น
การเกิดแบบนี้จะแตกต่างจากการเกิดแบบทั่วไปคือ “จะหลุดพ้นจากสัญญาเก่า” แท้จริง
คือ หลุดพ้นจากขันธ์ห้าเดิมได้ครับ แต่ถ้าจะให้ปฏิบัติเพื่อระลึกชาติก็ทำได้แต่ไม่หลงกับอดีตชาติแล้ว
จิตวิญญาณทั่วไปมักไม่ได้เกิดแบบนี้ ดังนั้น จะมีสัญญาเก่า ความอาลัยอาวรณ์เก่าๆ
เดิมๆ ในชาติภพก่อนๆ อยู่ ส่งผลต่อการดำรงอยู่ในชาติภพใหม่ คล้ายไม่ได้เกิดเป็นคนใหม่แท้จริง
ยังมีความเป็นคนเก่าเหลืออยู่ ค้างคาอยู่ในใจ ความอาลัยยึดติดยังไม่หมดสิ้น
๓ ความหมดอาลัยในขันธ์ห้าเก่า
เช่น
นาจาเลาะเนื้อคืนพ่อ, กระดูกคืนแม่ ฯลฯ
กำลังจิตจากการที่สละร่างกายนั้นเองทำให้หมดความอาลัยในขันธ์ห้าเดิมและสามารถกำเนิดใหม่ในดอกบัวได้
สำหรับท่านที่ได้ขันธปรินิพพานนั้นจะหมดความอาลัยในขันธ์ห้าเก่าและสามารถจุติในดอกบัวได้เช่นกัน
ทั้งยังมีโอกาสเกิดใน “พุทธเกษตรของพระศากยมุนี” ได้อีกด้วย การไปอยู่ในพุทธเกษตรใดๆ
นั้นมีสองแบบ คือ แบบไปอยู่ชั่วคราวด้วยผลบุญยังผล กับการไปอยู่ที่นั่นถาวรเป็นคนของที่นั่นเลย
สำหรับการเกิดอยู่ที่นั่นเลยจะต้องผ่านขันธปรินิพพานก่อนครับ
ส่วนท่านที่ยังไม่ผ่าน ได้ไปอยู่เพราะทำบุญมากจะอยู่ได้ชั่วคราว
จากนั้นจะต้องลงมาเกิดใหม่ในโลกนี้เพื่อปฏิบัติใหม่อีก
๔ การเกิดในดอกบัวมีทั่วไป
ไม่ได้มีแต่ในพุทธเกษตรเท่านั้น
หากผู้นั้นหมดอาลัยในขันธ์ทั้งห้าแล้ว
ละจากขันธ์เก่าก็สามารถมาเกิดใหม่ในดอกบัวได้ เช่น พระอุบลวรรณาเกิดในดอกบัวในโลก,
เยี่ยหัวเกิดในดอกบัวทองบนสวรรค์ ฯลฯ แต่สิ่งนี้ก็ไม่ใช่ของง่าย
เพราะจะต้องมีกำลังจิตที่แน่วแน่ไม่อาลัยในขันธ์ห้าอย่างแท้จริงหรือว่าต้องได้ขันธปรินิพพานนั่นละ
ผู้ที่มีกำเนิดแบบนี้คือผู้ที่สำเร็จธรรมแล้วแต่กาลก่อน การสำเร็จธรรมนี้ ไม่ได้แปลว่าจะต้องไม่เกิดอีก
ไม่เกี่ยวกับการเกิดหรือไม่เกิดครับ ผู้สำเร็จธรรมแล้วมีปัญญาพอที่จะเกิดอีกหรือไม่เกิดอีกก็ได้แต่อย่าไปยึดว่าจะต้องไม่เกิดอีก
อย่าไปยึดความไม่เกิดอีกเป็นความเที่ยงแท้แน่นอน อย่าไปยึดว่าจะว่างเปล่าหายสูญ
๕ การจุติในดอกบัวดีอย่างไร?
ข้อดีคือจะเหมือนคนใหม่อย่างแท้จริง
จะไม่อาลัยอาวรณ์ในชาติภพเก่า ไม่อาลัยอาวรณ์ในขันธ์ห้าเดิมอีกครับ
เทพเทวดานั้นหลายท่านก็ไม่ได้จุติในดอกบัว หลายท่านเมื่อตายลง
จิตวิญญาณจะเกิดอยู่ใกล้ๆ กับร่างเก่าเดิม เพราะยังมีความอาลัยในขันธ์ห้าเดิม
ความเป็นคนเดิม ญาติพี่น้องเดิมๆ จะต้องมีเทวทูตไปรับตัวมา
แล้วผ่านกระบวนการหลายอย่าง เช่น การให้ดื่มน้ำชาลืมชาติ เพื่อให้ลืมเรื่องเก่าๆ
แล้วเป็นคนใหม่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ในชาติภพใหม่ให้ได้อย่างสมบูรณ์ ทว่า
เทพเทวดาทั้งหลายก็ยังมีความอาลัยในชาติภพเก่าอยู่บ้างครับ เมื่อกาลเวลาผ่านไป
โลกเปลี่ยนแปลงไป คนที่เรารักบนโลกก็ตายหมด แต่ความอาลัยยังคงมี!
เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างแท้จริงเมื่อผ่านขันธปรินิพพานครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น