ทุกข์กว่าความตายคือเรายังจำอดีตชาติได้



หลายคนกลัวความตายและคิดว่าความทุกข์ที่สุดคือความตาย ทว่า มันไม่จริงความตายไม่ได้ทำให้เราทุกข์ที่สุด ทว่า เป็นชีวิตหลังความตายต่างหากที่ทำให้เราทุกข์มากมายเหลือเกิน ทำให้หลายคนกลัวความตาย กลัวว่าตายแล้วจะไม่มีที่อยู่, ไม่มีอะไรกิน, ไม่มีพวกพ้อง ฯลฯ ในบทความนี้จะขออธิบายในหัวข้อนี้ ต่อไปนี้

การตายแบบไม่มีขันธปรินิพพาน
ขันธ์ทั้งห้าได้แก่ รูป, เวทนา, สัญญา, สังขาร และวิญญาณ หากไม่ผ่านขันธปรินิพพานแล้ว เมื่อเราตายลงเราจะยังจำสิ่งเดิมได้ ตัวตนเก่า, คนเก่าๆ, ชีวิตเก่าๆ ฯลฯ มันไม่เคยจางหายไปไหน เราจะอาลัยอาวรณ์ในสิ่งที่เราไม่อาจเอากลับคืนมาได้ เราจะวนเวียนแต่กลับทำอะไรไม่ได้ ช่วยอะไรใครไม่ได้ พูดอะไรใครไม่ได้ เมื่อคุณตายแรกๆ ทุกข์ของคุณอาจดูไม่มากเท่าไร แต่เมื่อผ่านไปนานวันเข้า ทุกอย่างจากคุณไปหมดสิ้น ไม่เหลืออะไรเลย ทุกคนที่ตายก็ไม่อาจอยู่ร่วมกับคุณ ทุกคนต่างมีทางไปของเขาเอง คุณต้องเจ็บปวดทุกข์อยู่เช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ในขณะที่พวกเขาอาจไม่รู้เลย” นี่คือ ความทุกข์ที่ไม่สิ้นสุดของการไม่ปรินิพพาน

กระบวนการหลังความตาย
“ชีวิตมนุษย์นั้นสั้นนัก แต่ชีวิตหลังความตายกลับยาวนานยิ่งนัก” ดังที่ได้อธิบายไปแล้ว เพื่อให้คุณสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เทวทูตหรือยมทูตจะนำพาคุณไป “ผ่านกระบวนการเปลี่ยนชาติภพ” เช่น ให้ดื่มน้ำชาลืมชาติ ทว่า มันไม่อาจลบล้างความจำ, สัญญาขันธ์ได้หมด มันได้แค่นิดหน่อยเท่านั้นแหละ ข้าพเจ้าได้คุยกับเทพสวรรค์เบื้องบน หลายท่านก็ยังจดจำเรื่องราวในอดีตชาติของตนเองได้ หลายท่านยังฝังใจและไม่อาจมีรักใหม่ได้ก็มี หลายท่านยังติดอยู่กับคนรักเดิมทั้งที่อยู่คนละเขตแดน ฯลฯ เรื่องราวบนสวรรค์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เทพเทวดาทั้งหลายก็ยังมีความจำเก่าๆ ในชาติภพก่อนๆ เป็นปมอยู่ในใจ “หากไม่ได้ขันธปรินิพพาน”

๓ ขันธปรินิพพานไม่เกี่ยวกับเกิดไม่เกิดอีก
“หลายคนคิดว่านิพพานแล้วไม่เกิดอีก” ไม่ใช่นะครับ ในไตรปิฏกเขียนบอกไว้ชัดเจนว่า “จะบอกว่าเกิดอีกก็ไม่ใช่ ไม่เกิดอีกก็ไม่ใช่” เพราะนิพพานไม่เกี่ยวกับเกิดหรือไม่เกิดอีกครับ ผู้เขียนเคยอธิบายไว้แล้วว่าคนที่ได้ขันธปรินิพพานนั้นก็ยังมีจุติจิตและปฏิสนธิจิตเช่นกัน เรื่องของจิตก็เรื่อง เรื่องนิพพานก็เรื่อง คนละเรื่องกัน จิตไม่ใช่ขันธ์ห้า และการนิพพานไม่ได้ทำให้จิตหายสูญ ความแตกต่างกันคือ คนที่ไม่ได้ขันธปรินิพพานจะมีความจำเก่าๆ เป็นปมในใจตลอดไป หมื่นปีที่เป็นเทพเทวดาก็ไม่อาจลืม แต่คนที่ได้ขันธปรินิพพานจะลืมได้หมด แต่หากจะระลึกชาติก็ใช้ญาณระลึกเอาได้ครับ ข้อดีคือ เราจะเหมือนคนใหม่ เกิดใหม่ได้อย่างแท้จริง

๔ ยิ่งมีอะไรดีบนโลกยิ่งเจ็บปวดนาน?
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีคนรักบนโลก รักกันมาก เมื่อตายจากกัน คุณจะต้องอยู่กับความเจ็บปวดที่สูญเสียเขาไปยาวนานไม่รู้เมื่อไรจะหมดสิ้น พันปีหมื่นปี คุณจะคิดถึงเขา, ร้องไห้, โหยหา และทุกข์ตรมอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าคุณได้รับวิบากกรรมมาก ชำระบาปมาเยอะ คุณเจ็บปวดกับการอยู่ในโลกจน “ตื่นแจ้งดีแล้ว” คุณจะไปสู่ภพหน้าได้อย่าง “ไม่อาลัยอาวรณ์ต่อมันอีก” คุณจะมีความพร้อมในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในภพหน้ามาก ดังนี้ ผู้เขียนมักกล่าวบ่อยๆ ว่า “โลกนี้หลอกเรา” โลกคือมายาการ มันจะหลอกให้เราหลงเพลินเหมือนสัตว์ที่หลงติดกับดักฉะนั้น มันหลอกล่อให้เราได้อะไรมากมาย ให้เราติดกับของมันและต้องกลายเป็นผีเฝ้ามัน!

๕ ขันธปรินิพพานก่อนตายได้?
แต่บางขันธ์นะครับ เช่น สัญญาขันธ์ สามารถนิพพานก่อนได้ บางท่านวิญญาณขันธ์นิพพานไปก่อนก็มีครับ การได้ขันธปรินิพพานก่อนตายทำให้เรามั่นใจว่าการปฏิบัติของเราถูกต้อง เราไม่เหลือความอาลัยอาวรณ์ที่มีต่อใครๆ อีกเหมือนคนที่ “ลืมทุกอย่างหรือบางอย่างได้” แต่ไม่ใช่ว่าสมองเราผิดปกติทำให้ละเลือนนะครับ สมองเรายังจำอะไรได้ แต่มันเหมือนเราไม่ใช่คนเดิมแล้ว ความจำมีอยู่ก็เหมือนลืมไปหมดแล้ว ตัวตนเดิมมีอยู่ก็เหมือนไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เรามี “ชีวิตใหม่” เหมือนพระสมณโคดมที่มีชีวิตใหม่หลังการตายลงไปของเจ้าชายสิทธัตถะ เราจะเหมือนคนโง่ที่เบลอๆ จำอะไรไม่ได้ แต่จิตญาณกลับผ่องใส ปัญญาสว่างไม่มืดบอด

อย่าวนในการไม่เกิดอีก เพราะการเกิดดับเป็นเรื่องของ “สมมุติธรรม” !

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม

ไม่ปฏิบัติดีกว่าปฏิบัติธรรมพลาด?

ผู้มีปัญญาแท้ไม่อ้างหลักธรรม

อาการของการปฏิบัติธรรมพลาด