ที่ไหนมีคนที่นั่นมีการบำเพ็ญ




“การอยู่ในที่ที่เหมาะสม” คือ ธรรมประการหนึ่ง แต่ถามว่าที่ๆ เหมาะสมนั้นคืออย่างไร? คือ สถานที่ที่สงบเงียบใช่ไหม? ไม่จำเป็นครับ สถานที่ที่เหมาะสมก็คือ “เหมาะสมกับสิ่งที่เราจะทำ” เช่น ถ้าเราจะขายของก็ต้องอยู่ในที่ที่มีคนแออัด ไม่ใช่ที่สงบเงียบ จริงไหม? ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงสถานที่บำเพ็ญ ดังต่อไปนี้

๑ ไม่จำเป็นต้องเป็นวัด?
หลายคนมักคิดว่าจะทำความดี ทำบุญจะต้องไปที่วัดบ้างสถานธรรมบ้าง ฯลฯ แต่ที่ๆ ตนอยู่ตรงนั้นกลับลืมที่จะทำครับ แท้จริงแล้วการบำเพ็ญธรรมมีได้ทุกที่ที่มีคน ที่ใดที่เราพบปะหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนได้ที่นั่นก็มีการบำเพ็ญธรรมได้ เช่น ในเฟส ในเกมออนไลน์ ฯลฯ ถามว่าในที่แบบนี้ ที่ๆ ไม่มีสถานที่นั้นเรามีปฏิสัมพันธ์กันได้ไหม? คำตอบก็คือ “ได้” เมื่อได้ เราก็สามารถบำเพ็ญธรรม, ทำความดี หรือช่วยเหลือคนได้ หลายครั้งที่ผู้เขียนพบปะผู้คนในที่ๆ ไม่มีสถานที่ เช่น ในเฟส, ในเกมออนไลน์ ฯลฯ แล้วช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ช่วยกันให้กำลังใจในการสู้ชีวิต เป็นต้น เห็นไหมว่าทุกที่ที่มีคน ล้วนเป็นที่บำเพ็ญธรรมได้ ดังนั้น อย่าได้ยึดติดครับ

ทำไมฉันต้องเจอที่อย่างนี้?
หากคุณมีวิบากกรรมต้องอยู่ในที่ที่ไม่ดีนัก มีคนที่ไม่ดีนักแวดล้อมคุณอยู่มากมาย คุณอาจเกิดคำถามในใจว่า “ทำไมฉันต้องมาที่นี่ ต้องอยู่ในที่แบบนี้?” หลายคนพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการ “ออกไปเที่ยว” เช่น ถ้าเบื่องาน, เบื่อเจ้านาย, เบื่อออฟฟิศ ฯลฯ หลายคนก็อยากจะไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ทว่า ในแง่ธรรมะแล้วนั้น การจรไปเที่ยวในที่ต่างๆ ไม่ใช่ทางออก มันเป็นเหมือนยาแก้ปวดไม่ได้รักษาต้นเหตุของโรคจริงๆ ครับ หากคุณมีปัญญาสว่างไสวและเข้าใจได้ว่า “ที่ไหนมีคน ที่นั่นมีการบำเพ็ญ” คุณก็จะไม่ซีเรียสกับการต้องอยู่ในที่ใด การต้องไปเที่ยวที่ใดก็ช่างนั้น “ไม่ใช่สาระอีกต่อไป” เพราะทุกที่ที่มีคนก็คือที่บำเพ็ญธรรมนั่นเอง

๓ การออกแสวงหา “ที่สัปปายะ”
หลายคนมักออกแสวงหา “สถานที่สัปปายะ” เช่น สถานที่ที่สงบเงียบ เป็นต้น ทว่า นั่นยังมิใช่เรียกว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับทุกคนหรอกครับ การที่เราลงมาเกิดในโลกนี้นั้น เราอาจไม่หลุดพ้นและติดอยู่ในโลกนี้ได้ ดังนั้น พระสมณโคดมจึให้แนวทางการ “ธุดงควัตร” แก่พระสาวกไว้ด้วยเหตุนี้ เพื่อไม่ให้เรายึดติดในสถานที่ครับ สำหรับคำสอนของคนไทยโบราณนั้น ท่านสอนว่าหากพระสร้างวัดก็ให้สร้างแล้วสละออกไปครับ เพราะอะไร? เพราะวัดไม่ใช่บ้าน บ้านเราอาจสร้างเอง อยู่เองได้ จริงไหม? แต่วัดนั้น เป็นของศาสนา ไม่ใช่ของเรา หากเราเอาเงินโยมมาสร้างเองแล้วอยู่เอง มันจะต่างอะไรกับการสร้างวัดหรือวังอยู่จริงมั้ยครับ

๔ วัดที่ไม่ต้องสร้าง สถานธรรมที่ไม่มีสถานที่
หากผู้ใดปฏิบัติใน “ธุดงควัตร” ได้ดีแล้ว เขาผู้นั้นมิใช่ผู้ต้องร่อนเร่พเนจรไปเรื่อยๆ หากทำแบบนั้นก็เท่ากับการยึดติดการเร่ร่อน ไม่ต่างอะไรกับคนเร่ร่อน มิใช่ครับ ธุดงควัตรนั้น เมื่อปฏิบัติได้ดีแล้ว วัดก็ไม่ต้องสร้างแต่กลับเหมือนมีวัด เป็นวัดได้ สถานธรรมก็ไม่ต้องมี สถานที่ก็ไม่ต้องใช้ เพราะทุกๆ ที่เป็นสถานธรรมได้อยู่แล้ว สิ่งต่างๆ ในโลกนี้นั้นมีพลังงานอยู่ เมื่อเราสร้างทำอะไรในโลกนี้ เราก็ได้สร้างเหตุแห่งกรรมไว้ผูกมัดตัวเราเองแล้วเช่น การสร้างวัด, สร้างสถานที่ต่างๆ ผู้สร้างควรสร้างให้แก่พุทธศาสนาหรือผู้อื่นก็จะไม่ถูกผูกมัด ย่อมจะมีทางหลุดพ้นได้ แต่หากสร้างเพื่อตัวเองอยู่อาศัยหรือทำกิจเสียเอง จิตผู้สร้างก็จะผูกมัดกับที่นั้นๆ

๕ การธุดงควัตรแบบฆราวาสยุคใหม่
สุดท้ายนี้จะขอกล่าวถึง “ธุดงควัตร” ที่พระป่าทั้งหลายนิยมปฏิบัติกันบ้าง สำหรับฆราวาสแล้วสามารถที่จะปฏิบัติได้หรือไม่? คำตอบคือ ได้แน่นอนครับ แต่ไม่ง่ายเลย เช่น การที่เรามีบ้านอยู่นั้น ก็ไม่ใช่ธุดงควัตรละ เราจะต้องสละ ละความยึดติดว่านี่คือบ้านของเราให้ได้ การดำรงอยู่ในโลกนี้นั้นที่ใดก็ได้ แม้คุณไม่ได้เดินธุดงค์ไปไหนเลย หากจิตใจของคุณไม่ยึดติดกับสถานที่ นั่นคือ “ธุดงควัตร” แต่ถ้าคุณยึดติดกับสถานที่หรือยึดติดกับการจรร่อนเร่ไป มันก็ยังไม่ใช่ธุดงควัตรครับ ทว่า การพูด, การคิดไปเองนั้น มันง่าย คิดว่าเราไม่ได้ยึดติดอะไร หลายคนอุปทานไปเองเสียมาก ดังนั้น จึต้องมีการทดสอบด้วยว่าเป็นการอุปทานหรือไม่ครับ
                                                                                        
ธุดงควัตรแบบไม่ต้องเดินเท้าคือ “ทำที่ใจ” ใจที่จรโปรดสัตว์ทั่วไปครับ

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม

ไม่ปฏิบัติดีกว่าปฏิบัติธรรมพลาด?

ผู้มีปัญญาแท้ไม่อ้างหลักธรรม

อาการของการปฏิบัติธรรมพลาด