มนุษย์ ๔ แบบเป็นไฉน?
ในบทความก่อนๆ
ได้อธิบายความหมายของ “มนุษย์” ที่แตกต่างกันและต่างจากเทพและปีศาจอย่างไรไปบ้างแล้ว
เพื่อให้ท่านผู้อ่านแยกแยะให้ได้ว่าแม้ภายนอกจะมี “ร่างเป็นคน”
เหมือนกันแต่ข้างในอาจไม่ใช่คน ไม่ใช่มนุษย์ก็ได้ ในบทความนี้จะขออธิบายเรื่อง
“มนุษย์” ที่แตกต่างกันในจักรวาลเท่าที่ผู้เขียนค้นพบ ดังนี้
๑ นิยามของมนุษย์
ก่อนอื่นขอเริ่มต้นจาก
“นิยามของมนุษย์” ก่อนนะครับ เพื่อให้เข้าใจเป็นพื้นฐานเหมือนกัน
มนุษย์ในที่นี้มิใช่แค่มี “สังขารเป็นคน” แต่ต้องมี “ความเป็นมนุษย์” ด้วย ความเป็นมนุษย์อยู่ที่ไหน?
ก็อยู่ที่ “จิตใจ” หรือก็คือ จิตวิญญาณนั่นเอง ความเป็นมนุษย์เป็นอย่างไร? ก็คือ
สัตว์ประเสริฐ สัตว์ที่สอนได้ แม้ว่าไม่ได้พิเศษสูงส่งอย่างเทพ
แต่ก็เรียนรู้ที่จะทำอย่างที่เทพทำได้ ไม่ได้ต่ำอย่างปีศาจ เพราะมีความเป็นมนุษย์อยู่
มีจิตสำนึกว่าอะไรควรทำ
อะไรไม่ควรทำ “ได้เองโดยไม่ต้องสอน” ไม่ต้องมาสอนความดี, ความชั่วอะไร
มนุษย์ก็รู้ได้ด้วย “จิตสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์”
อยู่แล้ว เช่น จะให้กินเนื้อมนุษย์ด้วยกัน ใครจะทำ? ไม่ต้องสอนใช่มั้ย
๒ มนุษย์โลก
มนุษย์ในโลกนี้ถูกสร้างหลายครั้ง
ครั้งปัจจุบันถูกสร้างจาก ๔ วาระได้เป็น มนุษย์ผิวขาว, มนุษย์ผิวเหลือง,
มนุษย์ผิวดำแดง และมนุษย์ผิวดำ มนุษย์โลกก่อนหน้านี้ก็มีอยู่ขอเรียกว่า
“มนุษย์เผ่าล่าฝัน”
พวกเขายังอยู่ในโลกของเราแต่มีเทคโนโลยีของมนุษย์ต่างดาวทำให้เรามองไม่เห็นพวกเขา
พวกเขาเหลือไม่มาก และได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาให้แก่ชาวแอตแลนติสเรื่อง “ความเป็นอมตะ”
จากแอตแลนติสถ่ายทอดมาสู่อียิปต์แต่ชาวอียิปต์ไม่เข้าใจเลยทำ “มัมมี่” แทน มนุษย์โลกเรานั้นเกิดมาเพื่อชำระตัวเอง
และโลกนี้ก็ไม่ใช่บ้านแท้ที่เราจะอยู่ได้ตลอดไป
โลกถูกสร้างมาเพื่อการชำระและโลกจะถูกชำระล้างด้วยดังที่เรารู้มาเรื่อง
“วันสิ้นโลก”
๓ มนุษย์ต่างดาว
มนุษย์ต่างดาวมีหลายเผ่าพันธุ์เพราะในจักรวาลนี้มีดาวมากมายหลายดวง
ในบทความนี้จะกล่าวเฉพาะมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลกก็พอนะครับ มนุษย์ต่างดาวนั้นมีหลายแบบ
แบบที่มีดาวอยู่และไม่ต้องไปหาดาวใหม่, แบบที่มีดาวอยู่แต่กำลังหาดาวใหม่,
แบบที่ไม่มีดาวอยู่แล้วเลยต้องมาอยู่ดาวดวงใหม่
สำหรับพวกที่แวะมาเยือนโลกจะมีพวกที่สองและสามครับ คือ
พวกที่กำลังหาดาวใหม่อยู่และพวกที่ไม่มีดาวอยู่ เลยต้องมาอยู่โลกแทน
พวกเขามีเทคโนโลยีสูงและก้าวล้ำมาก
ได้ถ่ายทอดให้มนุษย์โลกเราเพื่อแลกกับความร่วมมือบางอย่าง
ทำให้โลกเรามีเทคโนโลยีแบบ “ก้าวกระโดด” และมนุษย์ปรับตัวตามไม่ทันครับ
๔ มนุษย์จักรวาล
มนุษย์จักรวาลในที่นี้
ผู้เขียนใช้อธิบายมนุษย์ที่ไม่ได้สังกัดดาวใดโดยเฉพาะ
ไม่เหมือนมนุษย์ต่างดาวที่จะมีดาวแม่ของตนเอง มนุษย์จักรวาลจะมี “ยานบิน” ไปได้ทั่วจักรวาล
ทำหน้าที่พัฒนาดาวต่างๆ หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ “เจได” นั่นเอง เหล่าเจไดมาสู่โลกเพราะโลกของเราเข้าสู่วาระของการชำระครั้งใหญ่
พวกเขามาช่วยโลกในกระบวนการนี้ด้วย เพราะพวกเขาไม่ยึดติดดาวและจรไปมาได้ทั่วจักรวาล
พวกเขาจึงไม่มีความต้องการยึดครองโลกแต่อย่างใด
เจไดคือมนุษย์ที่พัฒนาตัวเอง เรียนรู้วิชาต่างๆ แต่ยังคงมีความเป็นมนุษย์อยู่ครับ
พวกเขามีทั้งเทคโนโลยีและพลังจิต ทำหน้าที่เหมือนตำรวจจักรวาลคอยดูแลดาวต่างๆ ครับ
๕ มนุษย์ในมิติชั้นสูง
มนุษย์ในมิติที่สูง
เช่น มิติที่สี่, ห้า เป็นต้น ในที่นี้หมายรวมทั้งหมดไม่ได้จำกัดว่าเป็นเผ่าพันธุ์ใดหรือมาจากที่ใด
แต่เป็นมนุษย์ที่พัฒนาและยกระดับจิตวิญญาณของตนเองให้สูงไปสู่มิติที่สี่หรือห้า
หรือมากกว่านั้นได้ มีลักษณะอย่างไร? ก็จะไม่เหมือนและไม่ใช่แบบมิติที่สามแน่นอน
มนุษย์มิติที่สามนั้นติดอยู่กับสิ่งที่จับต้องได้ กว้าง, ยาว, สูง สามมิตินี้
พวกเขาไม่อาจรับรู้อะไรได้มากกว่านั้น ส่วนมนุษย์ในมิติที่สูงนั้น
จะรับรู้อะไรที่สูงกว่านั้นได้ พวกเขาไม่ใช่วัตถุนิยมเพราะไปสูงกว่านั้นแล้ว
พวกมิติที่สี่จะเป็นนักท่องกาลเวลาพวกมิติที่ห้าจะเป็นพวกตัวตนหลากหลายมิติ
ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาจะเรียบง่าย ไม่ยุ่งเหยิงแบบสัตว์ชั้นต่ำครับ
มนุษย์ทั้งสี่แบบนี้ต่างกัน ขออธิบายไว้เป็นเบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น