ทำอย่างไรจึงไม่เป็น “แอนตี้ไครสต์” ?
“แอนตี้ไครสต์”
เป็นคำที่เรามักพบเสมอในศาสนาคริสตร์ ความหมายคล้ายกับมารในศาสนาพุทธเรานี่ละ ทว่า
ไม่ได้แปลว่าชาวพุทธจะไม่เป็น จะมีแต่พวกต่อต้านศาสนาคริสตร์เท่านั้นที่เป็น
ไม่ใช่นะครับ ปัจจุบันมีชาวพุทธจำนวนมากกำลังกลายเป็นแอนตี้ไครสต์โดยไม่รู้ตัว
ในบทความนี้จะขอนำมาอธิบาย ดังต่อไปนี้
๑ แอนตี้ไครสต์
คืออะไร?
แอนตี้ไครสต์
คือ คนที่ต่อต้านพระธรรมของพระคริสตร์ เหมือนมารในศาสนาพุทธ ทว่า ไม่ใช่มาร
พวกนี้จะมี “ปีศาจงู” ครอบงำทำให้ตกเป็น “ร่างปีศาจงู” ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าปีศาจงูไม่ใช่ลูซิเฟอร์
เพราะลูซิเฟอร์นี้เป็นเทพสวรรค์ มีเชื้อสายเทพ
แต่เพราะทำผิดกฏสวรรค์แล้วหนีลงมาอยู่ในโลก จัดเป็นประเภทเดียวกับซาตาน ปีศาจงูไม่ใช่เทพ
เมื่อคนตกเป็นร่างของปีศาจงูแล้ว พวกเขาจะมีพฤติกรรม “ต่อต้านพระคริสตร์”
พระธรรมคำสั่งสอนของศาสนาคริสตร์โดยที่ “ไม่ได้อะไรเลย”
ไม่ใช่ว่ารับจ้างต่อต้านแล้วได้เงิน เพราะมีคนจ้างมามันก็ไม่ใช่ครับ พวกเขากลายเป็นร่างของปีศาจ
ทำงานให้ปีศาจโดยที่ไม่ได้อะไร และกลายเป็นปีศาจในที่สุด
๒ สิ่งที่คล้ายกับแอนตี้ไครสต์
แต่ไม่ใช่แอนตี้ไครสต์
มีมากมายหลายแบบ เช่น คนที่ไม่หลงในศาสนาใดๆ
แต่ใช้ความคิดตัวเองวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ในการดำรงชีวิต
คนเหล่านี้แม้ไม่หลงศาสนาแต่ก็ไม่ต่อต้านศาสนาด้วยครับ เพราะไร้ประโยชน์ที่จะต่อต้านศาสนาแล้วไม่ได้อะไร,
คนที่เชื่อในหลักวิทยาศาสตร์ และไม่เชื่อวิถีศาสนา แบบนี้อาจไม่ใช่พวกแอนตี้ไครสต์
เพราะพวกเขาไม่ได้ทำตัว “แอนตี้” หรือต่อต้านใครหรืออะไรเป็นพิเศษ คนเรานั้นสามารถจะไม่นับถือศาสนาคริสตร์หรือศาสนาอะไรก็ได้
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแอนตี้ไครสต์ ดังนี้ ผู้ที่เป็นแอนตี้ไครสต์แตกต่างจาก “คนปกติที่ไม่นับถือศาสนา”
แน่นอน เพราะมี “พฤติกรรมการต่อต้าน” ที่ไม่อาจจะหยุดยั้งได้
๓ ลักษณะของพวกแอนตี้ไครสต์
พวกแอนตี้ไครสต์มีลักษณะเฉพาะแต่พวกเขา
“แนบเนียนมากที่จะหลอกมนุษย์” ทำให้ไม่มีใครดูออกว่าเขาคือแอนตี้ไครสต์หรือร่างของปีศาจงู
เช่น การพูดเพราะๆ การพูดจาดีมีสัมพันธ์ดีกับคนทั่วไป นอกจากนี้พวกเขายัง “รู้มาก”
รู้เยอะไปหมดเพราะอะไร? เพราะปีศาจงูจะหลอกให้กินผลไม้แห่งการรู้
ทำให้พวกเขารู้เยอะแต่รู้ไม่จริง ไม่แจ้งจริง มนุษย์เรานั้นไม่ได้รู้อะไรมาก
ที่เรารู้มากเพราะเราเรียน, เรารับรู้, รับฟังมาจากคนอื่น จริงไหมครับ
แต่คนพวกนี้จะหลงตัวเองคิดว่าตัวเองคือผู้รู้หรือฉันรู้แล้ว
โดยเฉพาะการรู้ว่าอะไรถูก, ผิด, ดี, ชั่ว ในขณะที่ศาสนาคริสตร์จะสอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หน้าที่ของมนุษย์จะพิพากษาได้
พระเจ้าจะกระทำเอง
๔ พิษธรรมะกับพวกแอนตี้ไครสต์
พวกแอนตี้ไครสต์จะเข้าใจธรรมะผิดเพี้ยนไปหมดเพราะพิษของผลไม้แห่งความรู้
เรียกว่า “พิษธรรมะ” ก็ได้ แต่พวกเขาจะหลงตัวเองว่า “พวกเขาถูกเสมอ” และเขาจะมองว่าคนที่คิดต่างผิดเสมอ
พวกเขาจะมีความรู้มากมายมาต่อล้อต่อเถียงกับคนอื่นได้ไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อจะแสดงตัวว่าพวกเขาคือ
“ผู้รู้ที่แท้จริง” เพื่อจะทำให้พระคริสตร์กลายเป็นคนโง่หรือรู้ไม่เท่าตัวเองเพื่อหลอกล่อให้มนุษย์ทั้งหลายหันออกมาจากพระคริสตร์แล้วมาหลงพวกเขาแทน
มนุษย์ที่ตัดสินคนจากคำพูดก็ดี จากความรู้ก็ดี ก็จะหลงกลพวกนี้
โดยไม่รู้จักคิดเลยว่าคนพวกนี้ไม่มีใครตรัสรู้แจ้งจริงสักคน พวกเขาแค่อาศัยการ
“รับรู้” เช่น การอ่านตำรา การฟังมา ฯลฯ ทั้งนั้น
๕ ทำอย่างไรจะไม่เป็นแอนตี้ไครสต์
อย่างแรกต้องมี
“สติ” เท่าทันตัวเราเองว่า “เรายังไม่ใช่พระพุทธเจ้า ยังไม่ได้ตรัสรู้นี่หว่า?”
ต่อให้ไปรับรู้สิ่งใดมาก็แล้วแต่
หากมีสติเท่าทันได้อย่างนี้ก็จะไม่หลงตัวเองว่าตนรู้แจ้งแล้ว ตรัสรู้จริงแล้ว
ย่อมจะเข้าใจตัวเองว่า “เราก็แค่ไปรับรู้รูป” มาเฉยๆ เท่านั้นเอง
แล้วสักแต่ว่ามันคือรูป รูปคือความว่าง, ความว่างคือรูป
สิ่งที่เรารับรู้ได้ล้วนว่างเปล่าทั้งนั้น
ไม่มีอะไรน่าหลงเลยและการที่เราคิดได้แบบนี้ไม่ใช่ว่าเราตรัสรู้ความไม่มีแล้วไปยึดเอาความไม่มี,
ความว่าง ฯลฯ มาเป็นธรรมะนะ ไม่ใช่ แบบนั้นก็หลงซ้อนหลงเข้าไปอีก นอกจากนี้ เราจะ
ต้องไม่นิยมต่อต้านใคร ไม่ว่าใครทั้งนั้น ต่อต้านเพื่ออะไร? ให้ได้อะไร? ไม่มีประโยชน์
ทำงานของเราดีกว่า
ไม่ต้องต่อต้านใคร คนเราทำผิดแค่ไหน
เขาก็ได้รับผลของเขาเอง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น