ร่ำรวยด้วย “เดชคัมภีร์เทวดา”
อธิบายธรรมะมามากมายหลายบทความแล้ว
บทความนี้ขออธิบายเรื่องการใช้ชีวิตให้ร่ำรวยบ้าง
เพราะคนในยุคนี้ค่อนข้างให้ความสนใจเรื่องเศรษฐกิจกันมาก
อีกทั้งเศรษฐกิจก็มีความจำเป็นมาก เพราะหากไม่มีเศรษฐกิจที่ดีรองรับ
ก็อาจเกิดสงครามโลกครั้งที่สามได้ ดังนี้ จึงขออธิบายเรื่องความร่ำรวย
ดังต่อไปนี้
๑ อย่างแรก
ใครที่รวยได้?
อย่างแรก
คุณต้องเข้าใจก่อนว่ามนุษย์กับเทพไม่เหมือนกัน มนุษย์จะต้องอยู่อย่างมนุษย์ คือ
สมถะ เรียบง่าย พอเพียงเหมือนคำสอนในหลวง
แต่เทพจะอยู่อย่างหรูหราเหมือนอยู่บนสวรรค์ ถ้าคุณต้องการมีชีวิตที่ดี
ร่ำรวยหรูหรา คุณจะเป็นแค่มนุษย์ ปุถุชนธรรมดา ไม่ได้ คุณจะต้องเป็น “มนุสสเทโว”
ครับ คำว่า ใครที่รวยได้ คำตอบก็ง่ายๆ เลย “มนุสสเทโวรวยได้” ปุถุชนรวยไม่ได้ ปุถุชนต้องอยู่อย่างสมถะเรียบง่ายครับ
เก็จนะ ถ้าคุณเข้าใจตรงนี้ชัดเจนแล้ว คุณต้อง “ตัดสินใจให้ได้ชัดเจน”
ถ้าคุณอยากรวยคุณต้องเป็นมนุสสเทโว ไม่ใช่ปุถุชน ตาสีตาสา
ทำอะไรออกมาขายแบบมาตรฐานต่ำๆ ไม่ได้ครับ นี่คือ จุดเริ่มต้นของคัมภีร์เทวดา
๒ ยกระดับสู่
“มนุสสเทโว”
มนุษย์ทุกคนเป็นสัตว์ประเสริฐ
สอนได้ พัฒนาตัวเองได้ ยกระดับจิตวิญญาณตัวเองสู่ความเป็นมนุสสเทโวได้ ดังนั้น
มนุษย์ทุกคน จึงมีความเท่าเทียมกันในด้านการพัฒนาตัวเองไปสู่ที่สูงขึ้น
ความเท่าเทียมกันไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าจับกังต้องมีเงินเท่ากับเถ้าแก่ไม่ใช่แบบนั้น
คนทำได้มากก็ต้องได้มาก คนทำได้น้อยก็ต้องได้น้อยสินี่ตะหาก “ความยุติธรรม”
ดังนั้น ถ้าจับกังไม่มีปัญญาแบบเถ้าแก่ จะไปเรียกร้องเอาเงินเท่ากับเถ้าแก่ได้ยังไง?
ไม่ได้ แต่ถ้าจับกังเข้าใจว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง
เราน่าจะพัฒนาตัวเองให้เหมือนเถ้าแก่ได้ แล้วเขาสามารถที่จะพัฒนาตัวเองไปเป็นเถ้าแก่ได้
ทำไมเขาจะรวยเท่าเทียมกันเหมือนเถ้าแก่ไม่ได้ จริงไหมครับ?
๓ ทำไมต้อง
คัมภีร์เทวดา?
หากคุณไม่ได้ต้องการรวยอะไร
อยู่แบบมนุษย์ธรรมดาสมถะเรียบง่าย คุณก็ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้หรือพัฒนาตัวเองมากก็ได้
แต่ถ้าสถานการณ์มันบีบบังคับหรือคุณเลือกแล้วว่าจะมีชีวิตแบบเทพๆ
มีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่หรูหรา มีเงินทอง ฯลฯ เช่นนั้น คัมภีร์เทวดาย่อมสำคัญ
คำว่าคัมภีร์เทวดาไม่มีหรอก อันนี้แค่เปรียบเปรยแค่นั้น ความหมายที่แท้จริงคือ
คุณต้องยกระดับตัวเองไปสู่ความเป็นมนุสสเทโวให้ได้
เพื่อจะได้มีชีวิตที่ร่ำรวยก็แค่นั้นครับ และคุณต้องเข้าใจให้ชัดว่ามนุษย์กับเทพไม่เหมือนกัน
เมื่อคุณตัดสินใจจะเป็นมนุสสเทโวแล้ว คุณต้องยอมรับให้ได้ว่าชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไป
ไม่เหมือนเดิมอีก จะมาโวยวายร้องหาชีวิตเดิมๆ อีก ไม่ได้
๔ “สละ”
เพื่อการยกระดับ
ขั้นตอนแรกของการฝึกคัมภีร์เทวดาคือ “การสละ” เหมือนงักปุ๊กคุ้งที่ต้องสละอวัยวะเพศตัวเอง
เพื่อฝึกวิชาไงละครับ
หากคุณไม่สละ คุณก็ก้าวข้ามไปฝึกวิชาเหล่านี้ไม่ได้
คำถามคือ “ต้องสละอะไร” คำตอบคือ สละ “ความเป็นปุถุชน” ครับ เช่น
ความหลงในเพศชายและหญิง ที่จะต้องทำหน้าที่พ่อแม่ เป็นครอบครัว
ลูกผัวตัวเมียกันแบบปุถุชนทั่วไป สิ่งนี้คุณต้องสละได้ ดังนั้น คนรวยทุกๆ
คนในเมืองกรุง จะต้องเจอแบบทดสอบ คือ ด่านแห่งรัก
ไม่มีใครไม่เคยอกหักหรือผิดหวังในรัก ถามว่าทำไม?
เพราะมันคือวิธีที่จะช่วยให้คุณไม่ติดอยู่กับชีวิตแบบปุถุชนธรรมดาที่เป็นผัวเมียกันไงละครับ
คุณต้องสละตรงนี้เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเทพครับ
๕ สู่การบรรลุธรรมในที่สุด
การเดินมรรคาของมนุสสเทโวสามารถไปถึงที่สุดแห่งธรรมได้
เพราะอยู่ในครรลองของธรรมครับ ดังนั้น
ไม่ต้องกลัวว่าการอยากร่ำรวยจะทำให้ไม่ได้ธรรมะ ไม่ได้บรรลุธรรม
หรือขวางกั้นการบรรลุธรรม ไม่ใช่ เพราะในท้ายที่สุดแห่งมรรคานี้ก็คือ
การบรรลุธรรมเหมือนกัน หากจะอ้างอิงหมวดธรรมะว่าอยู่ในหมวดใด ก็คือ หมวด
“อิทธิบาทสี่” นั่นเอง อย่างแรก ฉันทะ คือ มีความรักในงานที่ทำๆ อย่างมีความสุข
นี่ชายอธิบายแบบนี้ แต่ถ้าดูคำแปลในตำราจะบอกว่าคือ “ความพอใจ” บางคนเข้าใจผิด
เอาความพอใจเป็นที่ตั้ง พอใจก็ทำ ไม่พอใจกูไม่ทำงานละ แบบนี้ ถามว่าเป็นฉันทะไหม?
คำตอบคือ ไม่ใช่ ดังนั้น ชายจึงต้องอธิบายอีกแบบ
ท้ายที่สุดของการทำงานขั้นเทพแล้วก็บรรลุธรรมได้เช่นกัน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น