คุณใช้พลังความกลัวหรือความรัก?
หลายท่านไม่รู้ตัวเองว่าทำงานด้วยความกลัว
พวกเขาอุปทานไปเอง เข้าข้างตัวเองว่าทำงานด้วยความรัก ทว่า มันไม่จริงครับ
ทำให้หลายคนไม่ได้อิทธิบาทสี่ หลายคนไม่อาจใช้การทำงานเป็นการปฏิบัติธรรมได้
กล่าวอย่างนี้ หลายท่านคงไม่เชื่อ ไม่เข้าใจ ในบทความนี้ จึงจะขออธิบายให้ท่านหายข้องใจ
ดังต่อไปนี้
๑ จุดเริ่มต้นมาจากความกลัว?
หลายคนทำงานเพราะความกลัว
กลัวจะไม่มีเงินใช้ กลัวจะไม่มีกิน กลัวจะอยู่ไม่ได้ กลัวจะอายเขา กลัวคนเขาจะนินทาว่าไม่มีรายได้ฯลฯ
เพราะความกลัวเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้น คนทั้งหลายจึงต้องทำงาน
การทำงานของพวกเขาจึงเริ่มต้นด้วยความกลัว
ความกลัวมาจากความไม่รู้แจ้งจริง ความไม่รู้แจ้งจริงก็คืออวิชชา เหตุนี้
ชนทั้งหลายมิอาจใช้ “การทำงานเป็นการปฏิบัติธรรม” ได้
เพราะเขาใช้อวิชชาเป็นพื้นฐานในการทำงาน คำพูดว่าการทำงานเป็นการปฏิบัติธรรม จึงเป็นแค่
“การพูดเอาหล่อ แต่ทำจริงไม่ได้” หากคุณต้องทำงานที่ไม่มีรายได้ ไม่มีเงิน
ไม่มีสิ่งตอบแทนเลย คุณจะทำไหม? คุณจะกลัวไหมที่ต้องทำโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย
๒ จุดเริ่มต้นมาจากความรัก?
เมื่อใดที่
“ความรักแท้” เกิดกับคุณ ความรักนั้นจะสลายความกลัว
คุณจะไม่กลัวแม้ต้องเผชิญหน้ากับความตาย เมื่อนั้น คุณจะทำสิ่งต่างๆ ด้วยความรักเป็นพื้นฐาน
คุณทำเพราะรักที่จะทำ มีเจตจำนงเสรีในการที่จะทำมันจริงๆ “โดยไร้เงื่อนไข”
แม้ไม่ได้เงิน ไม่ได้อะไรกลับมาเลย คุณก็ยังทำอยู่ดี เพราะคุณรักมันจริงๆ
รักที่จะทำมัน และทำด้วยเจตจำนงเสรีไม่มีการบังคับ นี่เรียกว่า “ฉันทะ”
ธรรมตัวแรกในอิทธิบาทสี่ นั่นเอง เมื่อมีธรรมเป็นพื้นฐานในการทำงานแล้ว
อวิชชาก็ไม่อาจเข้ามาได้ ความกลัวไม่อาจเอาชนะความรักที่คุณมีได้ เมื่อนั้น
คุณจะทำสิ่งต่างๆ “โดยธรรม” โดยไร้เงื่อนไขใดๆ นั่นจึงเรียกว่า
“การทำงานเป็นการปฏิบัติธรรม”
๓ คุณรักหรือคุณกลัวกันแน่?
คนที่เลี้ยงสัตว์มักคิดไปเองว่าพวกเขามีความรักแท้ต่อสัตว์
ทว่า มันไม่จริง ส่วนใหญ่มีความกลัวครับ กลัวอะไร? กลัวเหงา, กลัวโดดเดี่ยว,
กลัวไม่มีความรัก, กลัวไม่มีใครเลย ฯลฯ จึงเอาหมาแมว
เอาสัตว์เลี้ยงมาทดแทนสิ่งที่พวกเขาต้องการ คนรัก, ลูก, แฟน ฯลฯ
ถ้าหมามันไม่น่ารัก และมันไม่รัก ไม่ออดอ้อนคุณ คุณจะเลี้ยงมันไหม?
บางคนก็ไม่เลี้ยง เอาไปทิ้งไว้วัดก็มีนะ นี่ไงฮะที่บอกว่าไม่ได้เลี้ยงเพราะความรัก
แต่เลี้ยงเพราะความกลัว คนที่เลี้ยงสัตว์ด้วยความรักจริงๆ
สัตว์นั้นอาจไม่น่ารักอะไรเลย ไม่ออดอ้อนอะไรเลย ทั้งยังอาจไม่รักเขาด้วย
แต่เขาเลี้ยงไว้เพราะ “ยอมรับในธรรมชาติที่มันเป็น”
เขายอมรับมันได้เพราะรักมันไงครับ
๔ คุณทำงานด้วยความรักหรือความกลัว?
คนส่วนใหญ่มักทำงานด้วยความกลัว มิใช่ความรัก
แม้พวกเขาจะนั่งฟังธรรมจนท่องจำได้แม่น อธิบายเรื่องอิทธิบาทสี่ได้เยอะแยะ
แต่เมื่อปฏิบัติจริงๆ คนส่วนใหญ่ก็ทำไม่ได้ครับ
พวกเขาไม่ได้ทำงานด้วยความรักในงานนั้นๆ แต่ทำงานเพราะความกลัว กลัวจะไม่มีกิน
กลัวจะไม่มีเงินใช้ กลัวจะไม่ได้รับเงินเดือน ฯลฯ เพราะความกลัวขับดันเขาจึงทำงานด้วยอวิชชา
ด้วยความมืดบอด สิ่งเหล่านี้จะคิดเอาเอง อุปทานไปเอง ไม่ได้ฮะ เพราะคนเรามัก
“เข้าข้างตัวเอง” มักหลงตัวเองว่าฉันทำงานด้วยความรักนะ ไม่ใช่ความกลัวนะ
ไม่ได้อยากได้สิ่งตอบแทนนะ แต่มันไม่จริงครับ ส่วนคนที่ทำได้จริงนั้น
จะทำงานที่ไม่ได้อะไรกลับมาจริงๆ แม้แต่คำชม
๕ การตกสู่ภาวะชนชั้นทาส
เมื่อคุณไม่ได้มีความรักเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงาน
แต่กลับมีความกลัวแทน คุณจึงมีอวิชชาเป็นพื้นฐานในการทำงาน
คุณจึงมืดบอด
เมื่อมืดบอดแล้วคุณจึงกลายเป็นทาส คุณจึงไม่มีอิสรภาพ
คุณจึงต้องมีเจ้านาย
มีลูกค้ามาชี้หน้าสั่งใช้ เอานั่นเอานี่ จนคุณต้องยุ่งหัวหมุนไปหมด นี่คือ
“การตกลงสู่ภาวะความเป็นทาส” ไงฮะ ความรักจะทำให้คุณหลุดพ้นจากความเป็นทาสได้
ความรักจะปลดปล่อยคุณจากพันธนาการทั้งหลาย คุณจะไม่ต้องเป็นทาสซาตาน ไม่ต้องเป็นควายในคอก
นกในกรง คุณจะได้รับอิสรภาพ อันเป็นสิ่งพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนจะมี จะได้ จะเป็นครับ
ทว่า หลายคนกลัวๆ จะไม่มีเงิน กลัวจะต้องต่อสู้กับอะไรต่างๆ นานา
หากคุณมีความรักแท้ คุณจะไม่กลัวอะไร
แม้แต่ความตายครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น