ตายแล้วไม่สูญแล้วจะไปไหน?
หลายคนอาจคิดว่านิพพานไม่ต้องเกิดอีก
นิพพานเป็นของง่าย อรหันต์เป็นของกระจอก ฯลฯ ที่ได้ชาตินี้เลย จริงๆ
แล้วไม่ใช่ครับ นั่นคือ “ความประมาทในธรรม” เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติธรรมมาก
ในบทความนี้อยากขออธิบายเรื่องการตายแล้วไม่สูญ แล้วชาติหน้าจะไปไหน?
เราควรมีการวางแผนต่อไปยังไง ดังต่อไปนี้ครับ
๑ อย่าคิดว่าตายแล้วว่างสูญ
เพราะนี่คือแนวคิดของลัทธิ
“นิรัตตา” ที่คิดว่าตัวตนไม่มี ชาติหน้าไม่มี ชาตินี้ไม่มี อดีตชาติก็ไม่มี
ไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างว่างเปล่า
อันนี้ไม่ใช่คำสอนของพุทธนะครับ เป็นคำสอนของลัทธินิรัตตา พุทธฯ
ไม่มีความเชื่อแบบนี้ พุทธเราสอนตรงไปตรงมาเรื่องอดีตชาติมีอยู่, ปัจจุบันชาติมีอยู่,
อนาคตชาติมีอยู่ การเวียนว่ายตายเกิดมีอยู่เรียกว่า “วัฏสงสาร” ทว่า
ทั้งหมดนี้ไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตนของตน ไม่ใช่อัตตาเท่านั้นเอง พุทธศาสนาสอนอย่างไรก็คืออย่างนั้น
เราอย่าไปสู่รู้ดีเกิน จะกลายเป็นว่าเราไปเปลี่ยนพระธรรมวินัยของเขา ก็จะเป็นกรรมหนักคือสังฆเภทเอา
ตายแล้วไม่สูญ อย่าไปคิดว่าอรหันต์ตายแล้วสูญ นิพพานตายแล้วสูญ ไม่ใช่
๒ อยากได้สุขาวดีจะได้ไหม?
ถ้าคุณทำได้ก็จะได้ตามวาระ
แต่ชาตินี้ยังไม่ถึงวาระจะได้ เขายังไม่เปิดรับครับ
เหมือนการสอบเข้าโรงเรียน ยุคนี้เขาเปิดเฉพาะอนุบาลเท่านั้น คือ สวรรค์ชั้นที่หนึ่ง
สูงกว่านี้เขายังไม่เปิดให้ ยกเว้นคุณจะทำได้เองจริง ดังนั้น
หากคุณอยากได้สุขาวดีจริง คุณจะต้องเริ่มเรียนอนุบาลคือ เป็นปีศาจบำเพ็ญธรรม
เฝ้าสถานธรรมไปก่อน พ้นชาตินั้นเลื่อนชั้นเป็นเทพสวรรค์ในโลกนี้
จากเทพสวรรค์ในโลกนี้ ค่อยเลื่อนชั้นเป็นโพธิสัตว์ในโลกนี้
จากโพธิสัตว์ในโลกนี้ค่อยเลื่อนชั้นเป็นมหาโพธิสัตว์ในพุทธเกษตร ซึ่งไม่ได้อยู่ในโลกนี้ครับ
เห็นไหมมีการเลื่อนชั้นเป็นลำดับๆ ไม่ใช่ว่าจะได้ทันทีในชาตินี้เลย อย่าใจร้อน
เพราะสัตว์มากมายรอไปพร้อมกับคุณ
๓ การจัดสรรตำแหน่งเทพ
นับจากกลางพุทธกาลเป็นต้นไปจะมีการเปลี่ยนเทพชุดใหม่ทั้งสวรรค์หกชั้น
โดยเริ่มต้นจากล่างขึ้นบนหรือเริ่มจากสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง ก่อน
ที่ๆ มนุษย์อยู่นี่แหละครับ หมายความว่ายังไง หมายความว่าพวกเราที่มาเกิดนี้
มีโอกาสได้เป็นเทพสวรรค์ชั้นที่หนึ่งมากกว่าชั้นอื่นๆ
น้อยคนมากที่จะได้สูงกว่านี้ครับ เพราะมันยังไม่ใช่วาระ โจทย์การบำเพ็ญในยุคนี้จะเป็นโจทย์ของสวรรค์ชั้นที่หนึ่งเป็นส่วนใหญ่
โจทย์สำหรับสวรรค์ชั้นที่สูงๆ กว่านี้ ยังไม่เปิดให้เราบำเพ็ญ ดังนั้น จึงยากที่เราจะบำเพ็ญได้อะไรที่มากกว่าสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง
แต่ก็มีคนที่ทำได้เช่นกันครับ ซึ่งถือเป็นกรณีพิเศษ
ไม่อยู่ในแผนการณ์ของจักรวาล แต่ก็สามารถเปิดทางให้ได้ถ้ามีครับ
๔ ยิ่งคิดเรื่องบุญกรรม
ยิ่งทำไม่ได้?
เมื่อเราได้ทราบแล้วว่าตายแล้วไม่สูญ ไม่ว่าจะบรรลุอรหันต์หรือนิพพานก็ไม่เกี่ยวกับว่าตายแล้วจะเกิดอีกหรือไม่เกิดอีก
เมื่อไม่สูญก็ต้องมี “ที่ไป” ในชาติภพหน้า หลายคนก็จะอยากทำบุญมากๆ
จะได้มีบุญไปชาติภพหน้าเยอะๆ อันนี้หละ มันเริ่มจะไม่ใช่ละ มันจะเพี้ยนตรงนี้
จะบอกให้ครับ ยิ่งคุณอยากได้บุญ คุณยิ่งจะไม่ได้บุญ อันนี้เป็นเรื่องแปลก บางคนไปเร่หาพระอรหันต์
พระดังๆ ไปทำบุญ หวังเอาบุญมากๆ ทำแบบนี้ก็มีแต่จะได้ “จิตวิญญาณเปรต” ครับ เพราะอะไร?
เพราะเปรตมีความหิวกระหายบุญ อยากได้บุญมากๆ ไง บางคนอยากได้สวรรค์ชั้นสูงๆ
แถมไปได้ด้วย แต่ได้เป็นเหมือนขอทาน, สุนัขสวรรค์ก็มี นี่หละ มันเป็นแบบนี้
๕ จะวางแผนชาติภพหน้าอย่างไร?
สรุปง่ายๆ เลยนะ เหมือนคุณมี “สมบัติ” อยู่กองหนึ่ง
ถ้าคุณไปอยู่ลาว คุณอาจเป็นเศรษฐี แต่ถ้าคุณไปอยู่อิตาลี
คุณอาจเป็นได้แค่พลเมืองชั้นล่างๆ คุณเข้าใจไหม? คนบางคนตายในสมาธิไปเกิดสูงมากเลย
ไปอยู่พรหมโลกโน่น แต่ได้เป็นเหมือนชนชั้นขอทานเท่านั้นเอง
ถ้าอยากอยู่เหมือนเศรษฐี เขาจะต้องเลื่อนระดับลงมาต่ำๆ อยู่แค่สวรรค์ชั้นที่สองอะไรแบบนี้
เท่านั้นเอง โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ได้อย่างเสียอย่าง อย่าลืมนะฮะ
ถ้าคุณได้ไปสวรรค์ชั้นสูงๆ คุณอาจได้เป็นแค่ตัวกระจอก
แต่ถ้าคุณอยู่สวรรค์ชั้นล่างๆ คุณอาจได้อะไรเยอะมากกว่านั้น การมีบุญเยอะเป็นความคิดของเปรต
แต่การเลื่อนระดับได้สูงเป็นความคิดของเทพชั้นสูงครับ
ตายแล้วไปไหน ไม่แน่นอน ดังนั้น
เราต้องไม่ประมาทในธรรมครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น