บ้าบุญ บ้าความดี ไม่ใช่พุทธ?




การสอนให้คนทำความดี, ทำบุญนั้นมีมานานแล้ว และไม่จำเป็นต้องให้พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้สัจธรรมอะไรก็ได้ แต่เมื่อมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้แล้วท่านตรัสรู้อะไร? ซึ่งมากไปกว่าเรื่องการทำบุญและการทำความดี? ดังนั้น กล่าวได้ว่าคำสอนเรื่องการทำบุญ ทำความดี ไม่ใช่คำสอนของพุทธก็ว่าได้ ดังจะอธิบายต่อไปนี้

๑ คำสอนเรื่องบุญ-ความดี มีมาก่อนพุทธ
ป็นคำสอนที่พ่อแม่สอนลูกๆ ในครอบครัวครับ คือ สอนให้ลูกเป็นคนดี ทำกรรมดี ทำบุญ อันนี้ไม่เกี่ยวกับศาสนาอะไรนะ แต่เรื่องกรรมเรื่องบุญนั้นเขามีมานานแล้ว พุทธศาสนาเรานั้นไม่ได้เน้นเรื่องนี้ คำว่า “ทาน” นั้นท่านสอนให้ “สละ” ไม่ใช่ให้เอา แต่คนที่ไปทำบุญนั้นเขาไปทำเพื่อเอาบุญ คำว่าสละของพุทธนั้นเขาจะสละทั้งหมดเรียกว่า “สละทางโลก” แล้วออกบวชเป็น แล้วจากนั้นพระจะไม่ทำบุญอีก เพราะมีคำสอนให้ทำอย่างอื่นครับ พระจึไม่ได้ทำบุญ ไม่เน้นให้อะไรใคร ไม่เน้นต้องมีเงินไปบริจาคอะไรใคร แต่เน้นเป็นผู้รับ อยู่อย่างผู้รับแทน อันนี้คือ พุทธแท้ๆ เขาเป็นแบบนี้ หลังๆ มากลับกลายเป็นอย่างอื่นไป เพราะความเข้าใจผิด

๒ พุทธสอนเรื่องการสละไม่ใช่การทำบุญ
การสละนั้นคุณอาจไม่ได้ให้อะไรใครเลย ไม่ได้ทำบุญเลยสักบาท แต่หมายถึง จิตที่เบื่อหน่ายไม่เอาอะไรอีกแล้วจริงๆ จึสละออก ละออกจากทางโลกได้อย่างแท้จริง ไม่ติด ไม่ยึด ไม่พัวพันอะไรกับทางโลกอีกแล้ว นี่ต่างหากคำสอนของพุทธ คนบางคนยิ่งทำบุญมาก ยิ่งโลภมาก ยิ่งอยากได้บุญมาก เพราะอะไร? เพราะจิตไม่รู้ว่าการสละออกคืออะไร? ทำเพื่อเอา ทำเพื่อยึดเข้าไว้อย่างเดียว ไม่ใช่สละออกเลยแม้แต่น้อย อีกอย่างคนที่ทำบุญนั้น เขาอาจสะสมสมบัติมากมายไว้ที่บ้านไม่อาจสละออกได้ ในขณะที่คนที่สละทางโลกแล้วนั้น เขาไม่มีอะไรทางโลกให้พัวพัน ให้ยึดมั่นอีกเลย จิตที่สละออกได้นี้เป็นใจพระ สูงกว่าจิตที่ทำบุญแน่นอน

๓ บุญเขามีไว้ให้สัตว์ในอบายภูมิสี่
จำไว้นะชาวพุทธที่ไม่ใช่พุทธแท้ “ยถาให้ผี สัพพีให้คน” อันนี้คำสอนของหลวงพ่อจรัญ ที่ชาวพุทธหลายคนยังไม่เข้าใจสักที จะขยายความให้ฟังนะ คำว่า “ยถาให้ผี” คือ บุญนั้นเราอุทิศให้ผี ให้จิตวิญญาณชั้นต่ำไป ส่วนคำว่า “สัพพีให้คน” คือ พรนั้นเขาให้คน เขาไม่ให้บุญกับคน ทำบุญให้คนเป็น เขาไม่ทำกัน ผีมันจะเข้าตัวเอา เพราะผีมันอยากได้บุญ พอเราทำบุญยัดเข้าตัวใคร ผีมันก็มาอาศัยเกาะอยู่ในตัวคนนั้นเอาบุญด้วย เขาจึต้อง “กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศล” เพราะอะไรรู้ไหมชาวพุทธ? เพราะว่าบุญนั้นจะได้ “ออกจากตัวเราไปบุญนั้นเขาไม่ให้ทำเข้าตัว เขาให้ทำออกจากตัว แผ่บุญไปให้สัตว์อื่น แบบนี้พุทธเขาสอน หวังว่าจะเข้าใจนะ

๔ จิตที่สละออกนั้นดีกว่าบุญอย่างไร?
ทำให้เกิดการเลื่อนระดับของจิตได้ครับ เช่น ถ้าจิตสละทรัพย์สินทางโลกได้ จิตจะสูงขึ้นเลย เหนือโลกได้เลย แต่ถ้าทำบุญเยอะแต่สละไม่ได้ผลคืออะไร บางคนตายไปเป็นผีปู่โสมเฝ้าทรัพย์, บางคนตายไปเป็นผีบ้านผีเรือน, บางคนตายไปเป็นผีเจ้าที่เจ้าทาง ฯลฯ นี่คือ ผลจากการที่ “สละออกไม่ได้” เอาแต่ทำบุญ แต่ไม่ทำใจ ไม่ทำที่จิต จิตไม่มีกำลังในการสละออก ก็ไม่หลุดพ้น จิตพัวพันกับอะไรตายแล้วจิตมันพาไปอยู่กับสิ่งนั้นละ  บุญไม่ได้ช่วยให้หลุดพ้นนะ มันทำได้แค่ทำให้เรามีภาระรุงรังเท่านั้นเอง วิมานบนสวรรค์นี่ เทวดาเขาไม่ได้ทำบุญเพื่อเอานะ ไม่ได้สร้างวัดเอาสวรรค์วิมานอะไรกัน ไปสวรรค์ไปแต่ตัวจ๊ะแล้วเขาจัดวิมานให้เราอยู่เอง

๕ ทำบุญยิ่งหลง สละออกจะหายหลง
คนเรายิ่งทำบุญมากก็ยิ่งหลงตัวเองมาก ยิ่งทำความดีมากก็หลงว่าตัวเองดีเหนือคนอื่น แล้วเอาตัวเองเทียบชั้นกับพระ อ้าว พระไม่ได้ทำบุญอย่างฉัน ไม่ได้สร้างบารมี สร้างความดีเท่าฉัน ตรงนี้ละมันจะหลงละ ทำให้ไม่สำเร็จโพธิจิตนะ พระโพธิสัตว์ทั้งหลายนี้จิตท่านตรงพระรัตนตรัยนะ ท่านมองว่าพระเหนือกว่าท่าน และคิดจะหลุดพ้น บวชพระกันทั้งนั้น แต่ท่านเองยอมสละความหลุดพ้นได้ สละผ้าเหลืองได้ ท่านจึได้โพธิสัตว์ เมื่อได้แล้วความที่ใจรักความเป็นพระแต่เป็นเองไม่ได้ ก็เลยมาสนับสนุนพระ สนับสนุนพุทธศาสนาอีกที นี่ไม่เหมือนความคิดของพวกที่ทำบุญเอาบุญนะ ท่านน้อมจำนนต่อพระ ไม่หลงตัวเองแล้ว ค่อยช่วยพระอีกที
  
พุทธแท้ๆ สอนอย่างไร? ไม่ใช่คุณธรรมจริยธรรมพื้นๆ ทั่วไปนะ

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม

ไม่ปฏิบัติดีกว่าปฏิบัติธรรมพลาด?

ผู้มีปัญญาแท้ไม่อ้างหลักธรรม

อาการของการปฏิบัติธรรมพลาด