ฆราวาสจะปฏิบัติแบบพระได้อย่างไร?
หลายคนมักชอบกล่าวว่าเป็นพระที่ใจก็ได้
ไม่ต้องบวช แต่น้อยคนนักที่จะเป็นพระที่ใจได้สำเร็จจริงๆ การได้มรรคผลเป็นพระที่ใจนั้น
จิตวิญญาณข้างในจะเป็น “เทพสมณะ” เลยครับ คือ มีจีวรใส่เหมือนพระสงฆ์เลย
ในบทความนี้ จะขอกล่าวถึงเคล็ดลับในการปฏิบัติธรรมในเพศฆราวาสให้ได้เป็นพระที่ใจ
ดังต่อไปนี้ครับ
๑ อัฏฐบริขารแบบฆราวาส
พระสงฆ์จะมีอัฏฐบริขารอยู่แปดอย่าง
ส่วนฆราวาสนั้นมีเครื่องมือเครื่องใช้มากมาย เอาง่ายๆ แค่เกษตรกร
ก็มีเครื่องมือเครื่องใช้เป็นร้อยๆ ชิ้น สารเคมีที่ใช้ทางการเกษตรหลายชนิดมาก
อุกรณ์ที่ใช้ก็มากตามไปด้วย นี่ยังไม่เรียกว่าเรียบง่าย
คนที่เรียบง่ายจริงจะใช้เครื่องมือแค่ไม่กี่ชนิด
บางคนใช้ชนิดเดียวก็สามารถทำงานเพื่อมวลมนุษย์ได้มากมายแล้ว เช่น เทพที่มีของทิพย์ประจำกายเพียงแค่องค์ละชิ้นก็ทำกิจได้มากแล้วครับ
ดังนั้น หากฆราวาสจะบำเพ็ญธรรมจริงๆ ก็จะมีลักษณะเรียบง่าย
มีเครื่องมือเครื่องใช้น้อยชิ้น แต่ใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ คนที่บรรลุธรรมจริงๆ
จะใช้ชีวิตเรียบง่ายจะมีเครื่องมือไม่มากแต่ใช้ได้จริงครับ
๒ เครื่องแต่งกายแบบฆราวาส
พระสงฆ์จะสวมจีวรที่ได้จากการ “ชักบังสุกุล”
บังสุกุลคืออะไร? ก็คือผ้าที่ไม่มีใครเอาแล้ว ผ้าห่อศพที่เขาทิ้งแล้ว ก็เอามาห่มครองกาย
เพราะเดิมพระสมณโคดมอยู่ในลัทธิฑิคัมพร คือ เปลือยกายมาก่อน
เมื่อทรงคิดจะสร้างศาสนาใหม่ให้แตกต่างออกไป ก็ทรงเลิกเปลือยกายแล้วชักผ้าบังสุกุลมาห่มคลุมกาย
ฆราวาสนั้นมิต้องทำขนาดนั้น แต่สามารถบำเพ็ญเหมือนการห่มผ้าบังสุกุลได้ เช่น
การนุ่งห่มผ้าที่เจ้าของเดิมไม่เอาแล้ว เสื้อผ้ามือสอง โดยไม่ยึดติดสีหรือรูปแบบใดๆ
ไม่จำเป็นว่าต้องเหมือนจีวรหรือไม่? การนุ่งห่มของฆราวาสแบบนี้นับว่า “พอดี” ได้ครับ
ไม่ใช่เพื่อความประหยัด แต่คือการบำเพ็ญอย่างหนึ่งที่พอดีกับเพศฆราวาส
๓ ธรรมวินัยของฆราวาส
พระสงฆ์นั้นมีศีล ๒๒๗ ข้อ แต่ฆราวาสผู้ทรงธรรมละ
จะมีศีลอย่างไรบ้าง? คำตอบคือ ฆราวาสจะมีศีลคือความเป็นปกติของมนุษย์ ปกติมนุษย์ไม่ทำอะไร
หรือละเว้นการทำกรรมใด เราก็จะละเว้นด้วย ไม่กระทำเช่นนั้นด้วย เช่น ปกติมนุษย์จะไม่กินเนื้อมนุษย์ด้วยกัน
ฆราวาสผู้ทรงธรรมก็จะละเว้นเช่นนั้นคือ ไม่กินเนื้อมนุษย์ด้วยกัน มนุษย์ปกติไม่กระหายอยากให้คนมารุมรัก,
รุมศรัทธา, รุมกราบไหว้ ฯลฯ ยกตนเองเป็นดั่งเช่นเทพเจ้า เพราะมีสติรู้ตัวเองดีว่าเราคือ
“มนุษย์” มิได้หลงตัวลืมตน เหมือนวัวลืมตีนไปว่าเรามาเกิดเป็นอะไรในโลกนี้ ต่อให้เป็นพระโพธิสัตว์มาเกิด
แต่เมื่อมาอยู่ในสมมุติเป็นมนุษย์แล้ว ก็จะมีปกติอย่างมนุษย์
๔ เนกขัมบารมีแบบฆราวาส
พระย่อมปฏิบัติใน “เนกขัมบารมี” คือ การละเว้นจากการมีครอบครัว
ครองคู่ มีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อย่างปุถุชน ฆราวาสผู้ทรงธรรมเองก็เช่นกัน ย่อมมีการปฏิบัติในเนกขัมบารมี
อยู่เหมือนนักบวชด้วย ทว่า ในกรณีของฆราวาสจะมีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ได้มากกว่าพระ
เพราะไม่ใช่พระ แต่ก็ไม่เหมือนปุถุชนทั่วไปที่มีคู่ผัวตัวเมียเสียทีเดียว
เรียกว่าอยู่กลางๆ ระหว่างพระและปุถุชน ไม่เหมือนทั้งพระและปุถุชนครับ เช่น
บางคนก็จะเป็นโสดตลอดชีวิต แต่อาจมีเรื่องกามมาเกี่ยวข้องได้บ้าง
เพื่อการเรียนรู้หรือเป็นประสบการณ์ชีวิต
เพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่สัตว์โลกทั้งหลายเป็นเท่านั้นเอง ฆราวาสผู้ทรงธรรมจะไม่เหงา
ไม่ร้องเรียกหาคู่ครองอย่างปุถุชนครับ
๕ การยังชีพต้องบิณฑบาตรมั้ย?
พระสงฆ์จะทำหน้าที่เป็นเนื้อนาบุญของโลกด้วยการบิณฑบาตรและฉันอาหารมื้อเดียว
ส่วนฆราวาสผู้ทรงธรรมนั้นไม่อาจบิณฑบาตรเช่นนั้นได้ แต่สามารถทำหน้าที่
“เนื้อนาบุญ” ได้ โดยการพิจารณาก่อนรับ การเป็นเนื้อนาบุญให้ตระกูล
เหมือนพราหมณ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ทำให้ครอบครัวเจริญขึ้น และครอบครัวก็ดูแลอย่างดี
ฆราวาสผู้ทรงธรรมสามารถเป็นเนื้อนาบุญให้แก่ผู้อื่นนอกครอบครัวได้เหมือนกัน
โดยพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป เพราะการรับโดยไม่พิจารณา รับด้วยความละโมภ เอาหมดทุกอย่าง
โดยเฉพาะเงินนั้นจะนำภัยมาสู่ตัวเองได้ ด้วยเหตุนี้ พระสมณโคดมจึงไม่ได้รับผ้าจีวรจากพระน้านางฯ
แต่กลับให้พระอชิตะรับแทน
การปฏิบัติธรรมแบบฆราวาสนั้น ไม่ใช่อะไรก็ได้แบบปุถุชนครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น